เลือกยาคุมยังไงให้เข้ากับคุณที่สุด

ไม่ต้องยืนงงในดงยาคุมอีกต่อไป สำหรับยาคุมกำเนิดแบบเม็ดที่เป็นไอเท็มคู่กายของสาวๆ ยุคนี้ ไม่ได้กินเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อย่างเดียว ยาคุมยังมีประโยชน์อีกมากมาย ช่วยให้สาวๆ อย่างเราได้สวยเป๊ะยิ่งขึ้น เช่น ลดสิว, อัพไซส์หน้าอก, ผิวเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดี วันนี้ไบโอฟาร์มเอาวิธีการเลือกยาคุมให้เหมาะกับคุณสาวๆ มาฝาก รับรองว่าไปซื้อคราวหน้าคุยกับเภสัชรู้เรื่อง เลือกยาคุมได้ตรงตามความต้องการเลยค่ะ

ยาคุมแบบไหน เหมาะกับคุณ

ยาคุมกำเนิดแบบเม็ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ แบบฮอร์โมนรวม ซึ่งแต่ละตัวก็มีตัวยาที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นเราควรเลือกให้เหมาะกับจุดประสงค์ที่ต้องการ และเข้ากับร่างกายของคุณด้วยมากที่สุด มาดูกันว่าเลือกยังไง

ใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ และช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ

สาวๆ ส่วนใหญ่ก็คงกินยาคุมเพื่อไม่ให้ท้องนี่แหละ โดยทั่วไปจะแนะนำให้เลือกใช้ยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol ต่ำๆ ก่อน เช่น 0.02 มิลลิกรัม เพื่อลดอาการข้างเคียง เช่นคลื่นไส้ อาเจียน อ้วนบวมน้ำ หรือเป็นฝ้า และยังสามารถทานติดต่อกันได้นานอย่างปลอดภัย แต่สมัยนี้มีการพัฒนาสูตรยาคุมกำเนิดขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้มีผลพลอยได้ที่ทำให้สาวๆ แฮปปี้ยิ่งขึ้น เพราะประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอ รอบเดือนตรงเป๊ะ สำหรับคนที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ หันมาใช้วิธีกินยาคุมกันมากขึ้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

ก่อนอื่นเราควรสำรวจตัวเองก่อนว่าฮอร์โมนของเราเป็นยังไง จากแค่การสังเกตรอบเดือนของเรา ไม่ควรเลือกตามเพื่อน เพราะร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน และอาจทำให้มีผลข้างเคียงตามมา

1) สำหรับคนที่ประจำเดือนมามาก หรือมีรูปร่างท้วม
ถ้าคุณมีประจำเดือนปริมาณมาก มานานถึง 7-10 วัน (หรือมากกว่านั้น) และรอบเดือนสั้นกว่า 28 วัน ควรใช้เลือกยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม ชนิดที่มีเอสโตรเจนต่ำ Ethinyl estradiol ไม่เกิน 0.020 มิลลิกรัม และโปรเจสตินที่มีฤทธิ์ต่อต้านเอสโตรเจน

2) ประจำเดือนมาเป็นปกติ หรือรูปร่างพอดี
สำหรับสาวที่มีประจำเดือนสม่ำเสมอ แต่ละครั้งมาในปริมาณไม่มาก ไม่น้อย มาตามรอบเดือน 28 วันเป๊ะ ควรใช้เลือกยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม ชนิดที่มีเอสโตรเจนและโปรเจสตินต่ำ นั่นคือ Ethinyl estradiol ไม่เกิน 0.020 มิลลิกรัม และ Desogestrel ไม่เกิน 0.15 มิลลิกรัม

3) กลุ่มผู้หญิงที่มีรูปร่างไปทางผู้ชาย ประจำเดือนมาน้อย รอบเดือนยาว
ในตลาดยาคุมกำเนิด ก็มีตัวยาที่จะช่วยลดสิวฮอร์โมน อัพหน้าอกให้อึ๋ม ผิวเปล่งปลั่งเช่นกันค่ะ สำหรับสาวๆ ที่มีรูปร่างไปทางผู้ชาย มีหน้าอกเล็ก เป็นสิว ขนดก ประจำเดือนมาน้อยกว่า 4 วัน และรอบเดือนยาว 30 วัน และรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหาผิวเยอะ ทั้งหน้ามัน เป็นสิวฮอร์โมน แถมหน้าอกก็แบนอีก ไม่มีความเป็นผู้หญิงซะเลย การกินยาคุมช่วยได้ค่ะ เป็นวิธีเดียวกับที่สาวประเภทสองใช้ เพื่อปรับฮอร์โมนให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น สามารถใช้ยาคุมแบบเดียวกับสาวที่มีประจำเดือนน้อยได้เลย คือ มี Cyproterone acetate ช่วยลดแอนโดรเจน ฮอร์โมนเพศชายที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น สาเหตุในการเกิดสิว และ Ethinyl estradiol เอสโตรเจน ฮอร์โมนเพศหญิงที่มีในยาคุมอยู่แล้ว ช่วยกระตุ้นให้หน้าอกใหญ่ขึ้น สะโพกผายมากขึ้น ในบางคนอาจผิวดูเปล่งปลั่งขึ้นด้วยนะ

4) สำหรับคนที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ
สาวๆ กลุ่มนี้คงไม่ค่อยคุ้นเคยกับการมีประจำเดือน เพราะนานๆ ทีจะมา ระยะเวลาไม่เกิน 4 วัน แถมยังมีปริมาณน้อยอีก และรอบเดือนจะยาวกว่า 30 วัน ควรใช้เลือกยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม ที่มีตัวยาในการลดแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชายที่มีมากเกินไป ทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล นั่นคือ Cyproterone acetate

รับมือกับอาการข้างเคียงยังไงดี

การเลือกยาเม็ดคุมกำเนิดให้เหมาะกับร่างกายของสาวๆ จะช่วยลดอาการเคียงให้น้อยลง แต่ถ้ายังมีอาการข้างเคียงอยู่ เราก็มีวิธีแก้มาให้ค่ะ

– คลื่นไส้ อาเจียน : มักเป็นในช่วง 2-3 เดือนแรกที่เริ่มกิน ควรกินต่อไปอีกสักระยะ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และถ้ามีอาเจียน แนะนำให้กินยาก่อนนอน
– เลือดออกกระปริกระปรอย : สาวๆ ที่เพิ่งเริ่มกิน มักมีอาการนี้ เแก้ด้วยการกินยาในเวลาเดียวกันทุกวัน หากยังไม่หายหรือมีเลือดออกมาก ควรเพื่อรีบไปปรึกษาแพทย์
– ปวดหัว : แนะนำให้หยุดยา 1-2 เดือน ถ้าอาการปวดหัวหายไป ให้ลองกลับมากินใหม่ ถ้ายังปวดหัวอยู่ แปลว่าการปวดหัวเกิดจากการที่กินยาคุม อาจต้องเปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิด หรือเปลี่ยนชนิดของยาคุม
– ประจำเดือนขาด : เกิดได้จากหลายสาเหตุ ควรสังเกตให้ดีว่าในกรณีของคุณ เกิดจากสาเหตุอะไร เช่น การตั้งครรภ์, ความเครียด, การใช้ยา โดยถ้าสังเกตจนแน่ใจแล้วว่าเกิดจากยาคุม ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเปลี่ยนชนิดของยาคุม

หากมีผลข้างเคียงมาก อาจเป็นเพราะชนิดของยาคุมกำเนิดคุณที่เลือก อาจยังไม่เหมาะกับฮอร์โมนในร่างกายของคุณ ทุกครั้งที่เลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ควรสังเกตร่างกายตัวเอง และปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยค่ะ และควรไปตรวจภายในปีละ 1 ครั้ง เพื่อเช็คสุขภาพที่ดีของเรานะคะ