อาการกรดไหลย้อน รู้สาเหตุ รู้วิธีดูแลรักษาป้องกันไม่ให้เป็นซ้ำ

หากรู้สึกแสบร้อนกลางอกและลำคอ เรอเปรี้ยว ท้องอืด ท้องเฟ้อ นั่นอาจเป็น “กรดไหลย้อน” อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เพราะอาการกรดไหลย้อนมักเกิดจากการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เผลอทำไปโดยไม่คาดคิด แต่กรดไหลย้อนเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาและป้องกันไม่ให้เรื้อรังหรือเป็นซ้ำอย่างไรบ้าง สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ในบทความนี้
Key Takeaway
- สาเหตุของอาการกรดไหลย้อนเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ร่างกาย อายุ พฤติกรรมการทานอาหาร โรคประจำตัว ความเครียด
- อาการกรดไหลย้อนแบ่งระดับตามความรุนแรงของโรค ในระยะแรกจะรู้สึกแสบร้อนอกและคอ เรอเปรี้ยว จุกเสียด แน่นท้อง แต่ในระยะที่รุนแรงขึ้นอาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้
- วิธีรักษากรดไหลย้อนขึ้นคอเบื้องต้น ได้แก่ การทานยาลดกรด, การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งพฤติกรรมการทานอาหาร พฤติกรรมการนอน รวมถึงการลดความเครียด
- สามารถป้องกันการเกิดอาการกรดไหลย้อนด้วยการกินอาหารในปริมาณที่เหมาะสม, เลี่ยงการทานของมัน ของทอด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน, ไม่กินแล้วนอน และควรงดสูบบุหรี่
สารบัญบทความ
- อาการกรดไหลย้อนมีสาเหตุเกิดจากอะไร
- อาการกรดไหลย้อนมีกี่ระยะ ลักษณะอาการที่พบแต่ละระยะเป็นอย่างไร
- อาการกรดไหลย้อนมีวิธีรักษาอย่างไร
- วิธีป้องกันเกิดการเกิดอาการกรดไหลย้อน
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการกรดไหลย้อน
- ลดอาการกรดไหลย้อนด้วย Belcid GERD
อาการกรดไหลย้อนมีสาเหตุเกิดจากอะไร
อาการกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปสู่หลอดอาหาร กรดไหลย้อนเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้
- หลอดอาหารทำงานผิดปกติ : เกิดจากอาหารเคลื่อนตัวไปกระเพาะช้า หรืออาหารติดอยู่ในหลอดอาหารนาน เกิดได้จากการดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน สูบบุหรี่ หรือการทานยาบางชนิด
- กล้ามเนื้อหูรูดทำงานผิดปกติ : หูรูดเปิดทั้งที่ไม่ได้กลืนอาหารลงไป กรดในกระเพาะอาหารจึงไหลย้อนง่ายขึ้น
- กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ : ส่งผลให้อาหารอยู่ในกระเพาะนาน น้ำย่อยในกระเพาะจึงมีโอกาสไหลย้อนขึ้นไปง่ายขึ้น
- ความผิดปกติของร่างกาย : เช่น โรคอ้วน ทำให้มีแรงกดต่อกระเพาะอาหารเยอะจนกล้ามเนื้อหูรูดเปิดออก หรือโรคเบาหวานที่ทำให้อาหารค้างในกระเพาะอาหารนาน เป็นต้น
-
- การตั้งครรภ์ : ทำให้มดลูกขยายตัวจนเกิดแรงกดต่อกระเพาะเพิ่มสูงขึ้น และการตั้งครรภ์ทำให้ ร่างกายมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงกว่าปกติ ส่งผลให้ผู้ที่ตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นกรดไหลย้อนสูง
- การใช้ชีวิตประจำวัน : เช่น ทานอาหารรสจัด ทานอาหารมากเกินไป กินแล้วนอน ดื่มเครื่องดื่มอัดลม เครื่องดื่มคาเฟอีน หรือสูบบุหรี่
- ความเครียด: ส่งผลให้กรดในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นผิดปกติ ทำให้มีโอกาสเป็นโรคกรดไหลย้อนสูงขึ้น
อาการกรดไหลย้อนมีกี่ระยะ ลักษณะอาการที่พบแต่ละระยะเป็นอย่างไร

อาการของกรดไหลย้อนแบ่งออกเป็น 4 ระยะตามระดับความรุนแรงและความถี่ของการเกิดโรค ดังนี้
อาการกรดไหลย้อน :
- อาการกรดไหลย้อนระยะที่ 1 : เป็นระยะที่อาการไม่รุนแรง มักมีอาการเดือนละ 1 -2 ครั้ง โดยพบอาการแสบร้อนลำคอและหน้าอก รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกในลำคอ แน่นท้อง เรอมีกลิ่นเปรี้ยว
- อาการกรดไหลย้อนระยะที่ 2 : เป็นระยะที่ควรพบแพทย์ มักมีอาการอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง โดยพบอาการแสบร้อนลำคอและหน้าอก ท้องอืด เหนื่อยง่าย หายใจไม่สุด รู้สึกตึงบริเวณลำคอ บ่า และไหล่
- อาการกรดไหลย้อนระยะที่ 3 : เป็นระยะที่อาการรุนแรงขึ้น มักมีอาการสัปดาห์ละหลายวัน หรืออาจเป็นเรื้อรังต่อเนื่องทุกวัน โดยพบอาการระคายเคืองและอักเสบของหลอดอาหารอย่างต่อเนื่อง และกรดอาจไหลย้อนจนถึงหลอดลมและกล่องเสียง จนเกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ขึ้น
- อาการกรดไหลย้อนระยะที่ 4 : เป็นระยะที่อาการรุนแรงเหมือนระยะที่ 3 แต่อาการเกิดขึ้นต่อเนื่องนานหลายปีจนเยื่อบุอาหารบาร์เร็ตต์ผิดปกติ ซึ่งความผิดที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งหลอดลมและมะเร็งกระเพาะอาหาร
หมายเหตุ เมื่อเป็นกรดไหลย้อนรุนแรงอาจพบอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้แก่
- เสียงเปลี่ยน เสียงแหบแห้งเรื้อรัง
- ไอเรื้อรังอย่างไม่มีสาเหตุ
- กลืนอาหารลำบาก สำลักอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
- รู้สึกเจ็บหน้าอกคล้ายโรคหัวใจ
- มีกลิ่นปาก ฟันผุ หรือเป็นโรคเรื้อรังทางปาก
- หลอดอาหารเป็นแผล หลอดอาหารตีบส่วนปลาย
อาการกรดไหลย้อนมีวิธีรักษาอย่างไร
โรคกรดไหลย้อนแบ่งวิธีรักษาตามอาการ ถ้ามีอาการกรดไหลย้อนไม่รุนแรงสามารถรักษาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการรักษาด้วยยา ดังนี้
การรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- ปรับเปลี่ยนประเภทอาหารที่ทาน โดยเลี่ยงการทานของทอด ของมัน อาหารรสจัด ช็อกโกแลต รวมถึงการดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีน และน้ำอัดลม
- ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร เช่น ทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไม่นอนหลับหลังทานอาหารทันที
- ปรับลักษณะท่านอน เป็นวิธีแก้กรดไหลย้อนง่าย ๆ ด้วยการไม่นอนท่าหงาย และไม่นอนตะแคงขวา เพราะจะทำให้กรดในกระเพาะสามารถไหลย้อนง่าย
- หลีกเลี่ยงความเครียด เพื่อไม่ให้หลั่งกรดหรือน้ำย่อยเพิ่ม แต่ถ้ารู้สึกว่ามีความเครียด สามารถลดความเครียดด้วยการทำงานอดิเรกหรือสิ่งที่ตัวเองชอบ ออกกำลังกาย หรือนอนหลับ
- งดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่มีส่วนทำให้กล้ามเนื้อหูรูดทำงานไม่เต็มที่ และยังมีส่วนทำให้หลั่งกรดเพิ่มขึ้น
การรักษากรดไหลย้อนให้หายนั้น นอกจากจะต้องเลี่ยงอาหารบางประเภทแล้ว ก็สามารถทานอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนให้ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอด้วย โดยสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : กรดไหลย้อนกินอะไรหาย
การรักษาด้วยการใช้ยา
- ยาลดกรดไหลย้อน Antacids : ช่วยปรับความเป็นกรดในกระเพาะอาหารให้เป็นกลาง เหมาะกับการแก้กรดไหลย้อนเบื้องต้นที่อาการของโรคไม่รุนแรง
- ยาลดกรดไหลย้อน Proton pump Inhibitors (PPIs) : ช่วยยับยั้งการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร มีผลข้างเคียงน้อย แต่ถ้ามีอาการกรดไหลย้อนบ่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งาน
- ยาลดกรดไหลย้อน Prokinetic Agents : ช่วยให้กล้ามเนื้อหูรูดปิดสนิท ไม่ให้น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมา และเป็นยาที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ แต่เป็นยาที่มีผลข้างเคียงสูง จึงควรใช้ยาชนิดนี้ภายใต้การดูแลจากแพทย์เท่านั้น
อย่างไรก็ตามหากลองแก้กรดไหลย้อนเร่งด่วนด้วยตัวเองแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้นหรืออาการทรุดลง ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของโรคต่อไป
วิธีป้องกันเกิดการเกิดอาการกรดไหลย้อน
อาการกรดไหลย้อนเป็นอาการที่ต้องใช้เวลาในการรักษา ดังนั้นจึงควรดูแลสุขภาพและปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนอาการหนักขึ้น ดังนี้
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด : ทั้งการกินอาหารรสเผ็ดและรสเปรี้ยว เพราะจะเพิ่มความเป็นกรดให้กระเพาะอาหาร
-
- ทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม : ไม่ทานอาหารมากเกินไป และไม่ทานให้รู้สึกอิ่มมากเกินไป
- สวมเสื้อผ้าพอดีตัว : เสื้อผ้ารัดตัวจะเพิ่มแรงกดบริเวณกระเพาะอาหาร ทำให้กรดสามารถไหลย้อนขึ้นมาง่ายขึ้น
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม : ไม่ให้ไขมันจากหน้าท้องกดทับกระเพาะอาหารเยอะจนกรดไหลย้อน
- ทานยา : หากรู้สึกอาหารไม่ย่อย พะอืดพะอม วิธีแก้เร่งด่วนคือการทานยาลดกรด แต่ถ้าพบอาการเป็นประจำควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการ และเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการกรดไหลย้อน
กรดไหลย้อนทำให้เกิดอาการไอได้ไหม?
กรดไหลย้อนทำให้เกิดอาการไอได้ ถ้ากรดไหลย้อนนอกหลอดอาหาร เช่น หลอดลม กล่องเสียง ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดการระคายเคืองและอักเสบ
ทำไมกรดไหลย้อน มีอาการตอนกลางคืน?
เมื่อนอนหลับกล้ามเนื้อหูรูดจะหย่อนตัวลง ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นไปหลอดอาหารง่าย โดยเฉพาะ ท่านอนหงายทำให้กรดไหลย้อนง่าย ดังนั้นจึงควรเลี่ยงการกินแล้วนอนทันที เพื่อลดโอกาสเป็นกรดไหลย้อน
กรดไหลย้อนอันตรายไหม?
อาการกรดไหลย้อนไม่อันตราย แต่ถ้าปล่อยให้อาการเรื้อรังก็อาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้นจึงควรรีบแก้กรดไหลย้อนเมื่อมีอาการ และหมั่นดูแลตัวเองอยู่เสมอ ไม่ให้เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง
ลดอาการกรดไหลย้อนด้วย Belcid GERD

อาการกรดไหลย้อนเป็นอาการที่เกิดได้จากทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือความผิดปกติของร่างกาย ทำให้เกิดอาการแสบร้อนหน้าอก ลำคอ หรือมีอาการจุกเสียด แน่นท้องจนรู้ไม่สบายร่างกาย และถ้าปล่อยอาการให้เรื้อรังก็อาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ส่งผลถึงบุคลิกภาพได้
ถ้าหากมีอาการกรดไหลย้อนแล้วอยากรีบรักษาให้หายไว ๆ สามารถซื้อยาแก้กรดไหลย้อน 7 11 อย่าง “เบลสิด เกิร์ด” แบรนด์ยาลดกรดรสราสป์เบอร์รี มีกลิ่นหอมหวาน ทานแล้วไม่รู้สึกแสบร้อนเหมือนเวลาทานยาลดกรดกลิ่นมินต์และเปปเปอร์มินต์ จึงสามารถทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อีกทั้งยังใช้ API จากประเทศนอร์เวย์ ช่วยสร้างชั้นเจลป้องกันกรดและสารระคายเคืองไหลขึ้นหลอดอาหาร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถสอบถามหรือปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://line.me/R/ti/p/uVd5sLzXA-



