เด็กไข้สูงรับมืออย่างไร? มาดูวิธีรักษาและดูแลเบื้องต้นที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กไข้สูง

เด็กไข้สูงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่าส่วนใหญ่อาการไข้จะเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกาย แต่อาการไข้ในเด็กเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะการดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้เด็กปลอดภัยและหายเร็วขึ้น บทความนี้ Biopharm จะมาเป็นคู่มือให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงวิธีการติดตามอาการไข้สูงของเด็กอย่างละเอียด และแนะนำขั้นตอนการดูแลรักษาเบื้องต้นที่สามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อคลายกังวลและช่วยให้เด็กกลับมาสดใสได้โดยเร็วที่สุด


Key Takeaway

  • ไข้สูงกี่องศา? เด็กไข้สูงคืออุณหภูมิเกิน 38.0 °C ควรวัดไข้ทุก 4-6 ชั่วโมง และจดบันทึก หากไข้เกิน 41.5 °C ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • วิธีวัดไข้ที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับช่วงวัย ทารกแรกเกิดวัดทางทวารหนัก เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีวัดที่รักแร้ และเด็กโตวัดทางปาก
  • การดูแลเด็กไข้สูงที่บ้านทำได้โดยให้ยาลดไข้เช่น Lotemp (10-15 มก./กก./ครั้ง ทุก 4-6 ชั่วโมง) เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ให้ดื่มน้ำบ่อย ๆ สวมเสื้อผ้าบางเบา และพักผ่อนในที่อากาศถ่ายเท
  • หากไข้ไม่ลดภายใน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ซึม อาเจียน ปวดหัว ควรพบแพทย์ทันที
  • เมื่อเด็กไข้สูงชักให้นอนตะแคงบนพื้นราบ ห้ามสอดช้อนหรือวัตถุแข็งเข้าปาก และรีบส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

สารบัญบทความ


เด็กไข้สูงมีอาการอย่างไร? รู้ให้ทัน รับมือให้เร็ว

เมื่อสังเกตเห็นเด็กมีอาการไม่สบาย เช่น ร้องโยเย ซึม ดื่มนมหรือน้ำได้น้อย หรือเบื่ออาหาร ร่วมกับรู้สึกว่าหน้าผากและคออุ่น ควรวัดไข้และจดบันทึกไว้ แล้วกี่องศาถึงมีไข้? โดยทั่วไปแล้ว เด็กไข้สูงจะมีระดับอุณหภูมิเกิน 38.0 °C และไข้สูงมากหรือวิกฤตคือเกิน 41.5 °C ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นอกจากนี้ ควรวัดไข้และบันทึกทุก 4-6 ชั่วโมง เพื่อติดตามอาการ หากเช็ดตัว ให้ยา และดูแลอย่างดีแล้วไข้ไม่ลดลงภายใน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น ปวดหัว อาเจียน ซึม เหงื่อออกมาก และไข้ไม่ลดลงใน 24 ชั่วโมง ควรรีบพาไปพบแพทย์


เด็กไข้สูงมีวิธีวัดอย่างไรบ้าง? วิธีวัดอุณหภูมิที่ถูกต้องตามช่วงวัย

เด็กไข้สูงสามารถวัดได้หลายวิธี และระดับอุณหภูมิที่บอกว่ามีไข้จะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่วัด ควรสลัดปรอทให้อุณหภูมิต่ำกว่า 36 °C ก่อนนำไปวัดทุกครั้ง

  • ทารกแรกเกิด : ให้วัดอุณหภูมิทางทวารหนัก โดยสอดเทอร์โมมิเตอร์เข้าไป 1-2 เซนติเมตร เป็นเวลา 1 นาที ห้ามใช้วิธีนี้ในเด็กที่มีอาการถ่ายเหลว และควรใช้เทอร์โมมิเตอร์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับวัดทางทวารหนักเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากปรอทวัดไข้ทั่วไป
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี : หรือเด็กที่ไม่สามารถอมปรอทได้ ให้วัดอุณหภูมิทางรักแร้ โดยให้หนีบเทอร์โมมิเตอร์ไว้แน่นกึ่งกลางรักแร้อย่างน้อย 3-5 นาที หากใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบปรอท ต้องบวกเพิ่ม 0.5 °C จากค่าที่วัดได้ แต่หากเป็นเทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิทัลไม่ต้องบวกเพิ่ม
  • เด็กที่โตแล้ว : ให้วัดอุณหภูมิทางปาก โดยวางเทอร์โมมิเตอร์ไว้ใต้ลิ้นประมาณ 1 นาที ข้อสำคัญ ต้องงดดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็นอย่างน้อย 15 นาที ก่อนการวัดอุณหภูมิ

วิธีลดไข้สำหรับเด็กมีไข้สูงทำได้อย่างไร ที่พ่อแม่ทำได้เองที่บ้าน

วัดไข้เด็ก

เมื่อเด็กไข้สูง การดูแลเบื้องต้นอย่างถูกวิธีจะช่วยบรรเทาอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ หรืออาการชักจากไข้สูงได้ พ่อแม่ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและใช้หลายวิธีควบคู่กันในการดูแลเด็ก ดังนี้

ทานยาลดไข้เด็ก

การให้ยาลดไข้เด็กเป็นทางเลือกแรกเมื่อเด็กไข้สูงตั้งแต่ 38.5 °C ขึ้นไป ขนาดยาที่เหมาะสมคือ 10-15 มก. ต่อน้ำหนักตัวเด็ก 1 กก. ต่อครั้ง สามารถให้ซ้ำได้ทุก 4-6 ชม. เมื่อมีไข้กลับขึ้นมาอีกครั้ง และห้ามให้ยาเกินขนาดที่กำหนดเพื่อป้องกันพิษต่อตับ โดยสามารถเลือกใช้ยาลดไข้สูงสำหรับเด็กชนิดน้ำ Lotemp ของ Biopharm ซึ่งมีส่วนผสมของพาราเซตามอล สำหรับบรรเทาปวดและลดไข้ตามปริมาณที่แนะนำ

เช็ดตัวลดไข้

เมื่อลูกตัวร้อน ไข้ไม่ลด ควรเช็ดตัวลดไข้เพื่อการระบายความร้อนทางกายภาพ โดยให้ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่นบิดพอหมาด เช็ดตามบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพราะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่านใกล้ผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น ควรเช็ดซ้ำ ๆ ประมาณ 10-15 นาที และควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการหนาวสั่นและทำให้ไข้สูงขึ้นได้

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

กระตุ้นให้เด็กดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ (ORS) บ่อย ๆ ตลอดวัน เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปจากภาวะไข้และป้องกันภาวะขาดน้ำ การดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้นและช่วยในการลดอุณหภูมิร่างกาย หากเด็กเล็กที่ยังดื่มน้ำไม่ได้ ให้ดื่มนมแม่หรือนมตามปกติบ่อยขึ้นแทน

สวมใส่เสื้อผ้าสบายตัว 

เลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าบางเบา หลวม และระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย เพื่อช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ง่าย หลีกเลี่ยงการห่มผ้าหนา ๆ หรือใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น เพราะจะกักเก็บความร้อนและทำให้ไข้ไม่ลดลง

พักผ่อนในอากาศที่ถ่ายเท

หากลูกตัวร้อนอย่างเดียว ให้จัดห้องให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนหรือหนาวจัดจนเกินไป หากเปิดเครื่องปรับอากาศ ควรตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสม 25-27 °C เพื่อช่วยให้เด็กรู้สึกสบายตัว การพักผ่อนอย่างเต็มที่ช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น


วิธีรับมือเมื่อเด็กมีไข้สูงเกิดอาการชัก พร้อมเคล็ดลับการดูแล

เมื่อเด็กไข้สูงแล้วมีอาการชัก สิ่งแรกที่สำคัญคือการจับเด็กให้นอนตะแคงบนพื้นราบที่นุ่มและปราศจากของแข็งเพื่อความปลอดภัย หากมีเศษอาหารติดค้างในช่องปาก ให้รีบล้วงออกเพื่อป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ และนำเด็กส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ข้อควรระวังที่สำคัญคือห้ามพยายามทำให้เด็กอาเจียนโดยเด็ดขาด หรือใช้ช้อนหรือวัตถุแข็งสอดเข้าไปในปาก เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อช่องปากและฟัน หรือเสี่ยงที่ฟันจะหลุดไปอุดหลอดลมได้ หากเด็กกัดลิ้น ให้ใช้เพียงผ้านุ่ม ๆ สอดเข้าไปในปากเท่านั้น


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเด็กมีไข้สูง

เด็กมีไข้เท่าไหร่ถึงควรไปพบแพทย์?

ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการไข้สูงเกินกว่า 38.5 °Cและไข้ไม่ลดลงหลังจากการดูแลเบื้องต้น หรือมีไข้สูงมากกว่า 41.5 °C นอกจากนี้ หากมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ชัก อาเจียน ท้องเสียไม่หยุด หายใจหอบเหนื่อย ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีผื่นขึ้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์เช่นกัน และหากเด็กไข้สูงต่อเนื่องเกิน 5−7 วัน ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ควรไปปรึกษาแพทย์

วิธีลดไข้เด็กให้เร็วที่สุดทำได้อย่างไร?

วิธีลดไข้เด็กที่เร็วที่สุดคือการให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว ร่วมกับการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น เน้นบริเวณข้อพับ (คอ, รักแร้, ขาหนีบ) ประมาณ 15-20 นาที พร้อมทั้งให้เด็กดื่มน้ำมาก ๆ และสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย หากไข้ไม่ลดหรือมีอาการซึม ควรรีบพบแพทย์


ลดไข้สูง ด้วยยาลดไข้เด็ก Lotemp จาก Biopharm รสชาติอร่อย ทานง่าย ถูกใจเด็ก

เด็กไข้สูงเกิน 38.0 °C ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด วัดไข้ทุก 4-6 ชั่วโมง และให้ยาลดไข้เมื่อไข้ถึง 38.5 °Cขึ้นไป ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ให้ดื่มน้ำบ่อย ๆ สวมเสื้อผ้าบางเบา และพักผ่อนให้เพียงพอ หากไข้ไม่ลดภายใน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการชัก ต้องรีบพบแพทย์ทันที

สำหรับใครที่กำลังมองหายาลดไข้สำหรับเด็ก ขอแนะนำ Lotemp ยาลดไข้ชนิดน้ำแขวนตะกอน เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ปราศจากแอลกอฮอล์และแอสไพริน มี 3 รสชาติ และ 2 ขนาดความเข้มข้นให้เลือก สำหรับเด็กเล็กคือ 120 มก. / 5 มล. จะเป็นรสสตรอว์เบอร์รีและบับเบิ้ลกัม และสำหรับเด็กโตคือ 250 มก. / 5 มล. จะเป็นรสส้ม ควรเขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง