ร่างกายอ่อนเพลียเกิดจากอะไร สัญญาณอันตรายที่ร่างกายกำลังเตือนเราอยู่!

ร่างกายอ่อนเพลีย

อาการร่างกายอ่อนเพลียที่กำลังบ่งบอกถึงความรู้สึกเหนื่อย ไม่มีแรง และอ่อนล้าที่สะสมอยู่ภายใน สาเหตุเกิดได้จากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ความเครียดจากการใช้ชีวิตในแต่ละวันที่มีความยากลำบาก หรือเป็นอาการจากทางจิตใจอย่างภาวะซึมเศร้า

ร่างกายอ่อนเพลียสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะวัยเรียนที่ต้องใช้สมองและพลังงานอย่างหนัก วัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียดในหน้าที่ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่ร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่หาวิธีรักษา อาการเหล่านี้อาจพัฒนากลายเป็นปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้นในอนาคต


สารบัญบทความ


สาเหตุที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียเกิดจากอะไร?

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แต่ที่พบได้บ่อยมี 3 ปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้

ปัจจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • การนอนหลับไม่เพียงพอหรือคุณภาพการนอนไม่ดี ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้อย่างเต็มที่
  • ขาดวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามิน B2, B3, B5, B6, B9, B12, C, D, เหล็กและแมกนีเซียม
  • การออกกำลังกายมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า ในขณะที่ไม่ได้ออกกำลังกายอาจทำให้ร่างกายเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เพราะฟื้นฟูตัวเองไม่ทัน
  • ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์และนิโคตินส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญ และระบบไหลเวียนเลือด ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ง่าย
  • รับประทานยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยารักษาโรคจิตเวช ยากล่อมประสาท ยาแก้ไอ เป็นต้น

ปัจจัยเกี่ยวกับสุขภาพกาย

  • โรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ โรคหัวใจ หรือโรคไต อาจทำให้ร่างกายทำงานหนักขึ้น ส่งผลทำให้อ่อนเพลีย ไม่มีแรงและรู้สึกง่วงนอน
  • ภาวะขาดสารอาหารเช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต หรือไขมัน ทำให้ร่างกายขาดพลังงาน
  • โรคประจำตัวหรือติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง
  • ภาวะโลหิตจาง เนื่องจากขาดธาตุเหล็กทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยและไม่มีแรง

ปัจจัยเกี่ยวกับสุขภาพจิต 

  • ภาวะซึมเศร้าหรือโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักรู้สึกเหนื่อย และอ่อนล้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะพักผ่อนเพียงพอก็ตาม
  • ภาวะวิตกกังวลหรือโรควิตกกังวล ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะรู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และไม่มีแรง
  • ความเครียดสะสมและโรคเครียด ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลมากเกินไป ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง

ข้อควรระวังเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียในผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง?

อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

อาการร่างกายอ่อนเพลีย (Fatigue) ในผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่รู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลียได้ง่าย ร่วมกับอาการที่ไม่อยากทำอะไรเลย รู้สึกหมดหวังกับชีวิต หรือมีแนวโน้มคิดเชิงลบกับตัวเอง อาจเสี่ยงต่อการเป็น โรคซึมเศร้า หรือภาวะสมองเสื่อมได้ โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุมักถูกมองข้าม เพราะอาการคล้ายกับความเปลี่ยนแปลงของวัย แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้น

อีกกลุ่มที่ต้องระวังในผู้สูงอายุที่มีอาการร่างกายอ่อนเพลีย ร่วมกับภาวะเลือดออกง่าย เช่น เป็นริดสีดวงทวาร หรือมีแผลใหญ่ที่เลือดไหลไม่หยุด กลุ่มนี้อาจเสี่ยงต่อการขาดเลือด จนทำให้ร่างกายอ่อนแอและเหนื่อยล้ามากขึ้น การขาดเลือดอย่างรุนแรงส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรงได้ง่าย ดังนั้น หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ การเสริมสร้างสุขภาพด้วยอาหารเสริมผู้สูงอายุ ที่มีวิตามินและแร่ธาตุ เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้อาการเหนื่อยง่าย ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กระปรี่กระเป่าขึ้น


วิธีการป้องกันอาการอ่อนเพลีย ทำอย่างไรได้บ้าง?

เบื้องต้นการรักษาอาการอ่อนเพลีย สามารถทำได้หลายวิธี มาดูกันว่าวิธีที่แนะนำและสามารถช่วยได้มีอะไรบ้าง

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และ นมโปรตีนสูง  ช่วยเสริมสร้างพลังงานและป้องกันอาการอ่อนเพลีย อาหารเหล่านี้ให้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยลดอาการเพลียและทำให้รู้สึกสดชื่นตลอดวัน

รับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินบีรวม

หากรู้สึกเพลียมาก การรับประทานอาหารเสริมวิตามินบีรวมสามารถช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น ลดอาการง่วงนอน ไม่มีแรง และเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย

พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวันช่วยฟื้นฟูร่างกายและป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลีย การพักผ่อนที่เพียงพอช่วยลดอาการรู้สึกเพลียตลอดเวลา และทำให้ร่างกายพร้อมสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ในวันถัดไป

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเบา ๆ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและลดอาการเพลีย การออกกำลังกายยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและป้องกันร่างกายอ่อนเพลียได้

ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด

อีกหนึ่งวิธีแก้อาการอ่อนเพลีย โดยหากิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือที่ชอบ หรือดูซีรีส์เรื่องโปรด สามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดและยังทำให้สภาพจิตใจสงบมากขึ้น ลดปัญหาอาการร่างกายอ่อนเพลียได้อย่างตรงจุด

ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

ุถ้าหากประสบปัญหาอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอน ไม่มีแรงอยู่ตลอดเวลา การตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยให้หาสาเหตุของปัญหาร่างกายอ่อนเพลีย เช่น ภาวะขาดสารอาหาร ความเครียด หรือโรคภัยต่าง ๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุ เพื่อให้ได้รับการรักษาและวิธีแก้อาการอ่อนเพลียที่เหมาะสมก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงขึ้น


ปรับรูปแบบการใช้ชีวิต รับประทานอาหารที่ดี เอาชนะภาวะร่างกายอ่อนเพลียเรื้อรัง

การปรับรูปแบบการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารที่ดีเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะภาวะร่างกายอ่อนเพลียเรื้อรัง เริ่มต้นด้วยการวางแผนการนอนหลับให้เพียงพอ 7–8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวเต็มที่ ควบคู่ไปกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักผลไม้สด และโปรตีนไร้ไขมัน เพื่อเพิ่มพลังงานและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

หากคุณกำลังมองหาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ช่วยเติมเต็มพลังงานและฟื้นฟูร่างกายจากภาวะอ่อนเพลีย Entrasol Platinum คือคำตอบ! เครื่องดื่มโปรตีนสูงชนิดผงนี้ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง พร้อมซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการออกกำลังกาย เหมาะสำหรับทุกวัยที่ต้องการดูแลสุขภาพ ด้วยรสชาติอร่อยช่วยให้ทานได้บ่อยไม่รู้สึกเบื่อและประโยชน์ที่ครบถ้วน

สนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คลิก! Shopee Lazada