ไข้ (Fever) เกิดจากอะไร จะลดไข้ได้อย่างไร เมื่อไหร่ต้องไปพบแพทย์?

ไข้

อาการไข้เป็นภาวะที่ใคร ๆ ก็เคยเจอทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ปล่อยไว้เดี๋ยวก็ค่อย ๆ หายเอง แต่ความจริงแล้วอาการไข้อาจเป็นสัญญาณเตือนของร่างกายว่ามีการติดเชื้อ การอักเสบ หรือความผิดปกติบางอย่างที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะเมื่อมีอุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์ หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ ที่ทำให้น่าเป็นห่วง การรู้สาเหตุ วิธีสังเกตอาการ และวิธีลดไข้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้รับมือได้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้


Key Takeaway

  • ไข้คือภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบ
  • อุณหภูมิปกติของร่างกายจะอยู่ที่ 35.4 – 37.4°C หากมีไข้จะวัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.5°C ขึ้นไป (วัดจากทางปาก)
  • วิธีการดูแลเบื้องต้นหากมีไข้คือเช็ดตัว ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานยาลดไข้
  • หากไข้สูงเกิน 39 องศา ดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ลดลง หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ชัก หายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

สารบัญบทความ


ไข้ (Fever) คืออะไร?

เป็นไข้

ไข้ (Fever) คือภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นกว่าระดับปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอุณหภูมิร่างกายปกติจะอยู่ที่ประมาณ 35.4 – 37.4°C ขึ้นอยู่กับวิธีการวัดอุณหภูมิร่างกายและช่วงเวลาของวัน แล้วอุณหภูมิเท่าไหร่ถึงมีไข้? คำตอบคือเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5°C (เมื่อวัดทางปาก) ถือว่ามีไข้ต่ำ ถ้าวัดได้ 38.5 – 39.4°C จัดเป็นไข้สูง และอุณหภูมิสูงกว่า 40°C ขึ้นไปหมายความว่าเป็นไข้สูงมาก


ไข้เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

ไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเป็นหลัก โดยเฉพาะไรโนไวรัสซึ่งมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้เป็นไข้ได้ ซึ่งหลัก ๆ ได้แก่

  • การติดเชื้อ : เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของการเป็นไข้ ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก โควิด-19 หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น อาหารเป็นพิษ ปอดอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือโรคฉี่หนู
  • การอักเสบ : ภาวะการอักเสบที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคลูปัส (SLE) ก็ทำให้มีไข้ได้
  • ปฏิกิริยาต่อยา : ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาข้างเคียงที่มีอาการไข้ร่วมด้วย
  • การได้รับวัคซีน : การมีไข้หลังฉีดวัคซีน ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน
  • สาเหตุอื่น ๆ : เช่น ภาวะขาดน้ำ หรืออากาศร้อนมากเกินไป

ไข้มีลักษณะอาการอย่างไร?

เมื่อใช้ปรอทวัดไข้วัดอุณหภูมิร่างกายแล้วพบว่าอุณหภูมิสูงกว่าปกติหรือมากกว่า 37.5°C ตามหลักแล้วถือว่ามีไข้ โดยอาการที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกันคือรู้สึกหนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บคอ ไอ หรือท้องเสีย ขึ้นอยู่กับสาเหตุของไข้


วิธีช่วยลดไข้ที่เหมาะสมควรทำอย่างไร?

วิธีลดไข้ เร็วที่สุด

เมื่อมีไข้ สิ่งสำคัญคือการบรรเทาอาการและป้องกันภาวะไข้สูงเกินไป โดยเฉพาะในเด็ก เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizures) การดูแลอย่างถูกวิธีสามารถช่วยให้ไข้ลดลงได้เร็วขึ้น โดยวิธีลดไข้ให้ลงเร็วที่สุดที่ทุกคนสามารถทำได้ มีดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และงดกิจกรรมที่ใช้แรงเยอะ จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  • ดื่มน้ำให้มาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำผลไม้ น้ำซุป หรือน้ำเกลือแร่ จะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำจากการเสียเหงื่อเนื่องจากมีไข้
  • เช็ดตัวลดไข้ โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดตามซอกคอ ข้อพับ และลำตัว เพื่อช่วยให้ความร้อนระเหยออกจากร่างกาย วิธีนี้เป็นวิธีลดไข้แบบฝรั่งที่ได้รับความนิยม
  • รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำ สำหรับยาลดไข้เด็ก ควรเลือกใช้แบบที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และแอสไพริน เพื่อความปลอดภัย
  • ติดตามอุณหภูมิร่างกายอย่างใกล้ชิดโดยการวัดไข้หรือวัดอุณหภูมิร่างกายทุก ๆ 4 ชั่วโมง

อาการไข้แบบไหนที่ควรพบแพทย์?

หลายคนอาจมีคำถาม ไข้สูงกี่องศาถึงควรพบแพทย์ หรือไข้ 38 อันตรายไหม? หากเป็นไข้แค่ 38°C อาจจะยังไม่ถึงขั้นอันตรายและสามารถหายได้เอง แต่หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • ไข้สูงเกิน 39°C แล้วไม่ลดภายใน 48 ชั่วโมง
  • มีอาการทางระบบประสาท เช่น ชัก ซึม หรือสับสน
  • มีไข้ร่วมกับผื่นแดง จุดเลือดออก หรือปวดหัวรุนแรง
  • หายใจหอบ เจ็บหน้าอก หรือไอมีเสมหะสีผิดปกติ
  • เบื่ออาหาร มีอาการขาดน้ำรุนแรง
  • ปวดมากขณะปัสสาวะ หรือปัสสาวะเป็นเลือด
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต ที่มีไข้และอาการไม่ดีขึ้น
  • เป็นไข้หลังทานยาบางชนิด

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

เป็นไข้ธรรมดากี่วันหาย?

โดยทั่วไปแล้ว ไข้จากการติดเชื้อไวรัสที่ไม่รุนแรง เช่น ไข้หวัดธรรมดา มักจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน หากไข้ยังคงอยู่หรือแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม

ทำไมกินพาราแล้วไข้ไม่ลด?

อาจเกิดจากการอักเสบที่รุนแรง การกินยาไม่ตรงเวลา ขนาดยาไม่เหมาะสม หรือมีโรคต้นเหตุอื่นที่ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้เลือดออก ไข้ไทฟอยด์ หากทานยาแล้วไข้ไม่ลดลงเท่าที่ควร ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม


อย่าปล่อยให้ไข้สูง บรรเทาอาการด้วยยาลดไข้เด็ก Lotemp จาก Biopharm

อาการไข้ ไม่ว่าจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือสาเหตุใด ๆ ควรได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ทั้งการเช็ดตัว และการใช้ยาลดไข้อย่างเหมาะสม หากเป็นเด็ก ผู้ปกครองควรใส่ใจเรื่องขนาดยาและการดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้เด็กไข้สูง เพราะอาจเสี่ยงต่อการชักได้

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการตัวช่วยลดไข้ Lotemp จาก Biopharm เป็นยาลดไข้สำหรับเด็กที่มีส่วนประกอบหลักคือพาราเซตามอล ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และแอสไพริน ปลอดภัยต่อเด็ก รับประทานง่าย มีหลายรสชาติที่ถูกใจเด็ก ๆ ทำให้การป้อนยาลดไข้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ : https://lotemp.in.th/