พาราเซตามอล ทุกเรื่องที่ไม่ควรพลาดของยาแก้ปวดลดไข้ยอดนิยม

พาราเซตามอล

เมื่อมีไข้หรืออาการปวด แน่นอนว่าหลายคนมักจะนึกถึงยาพาราเซตามอลเป็นตัวเลือกแรก ๆ เพราะเป็นยาลดไข้ผู้ใหญ่และเด็กที่ใช้กันแพร่หลายในชีวิตประจำวัน แต่ก่อนจะหยิบพาราเซตามอลมารับประทานก็มีเรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ไว้เพื่อให้ใช้ยาได้อย่างเหมาะสม


Key Takeaway

  • พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดและลดไข้ที่พบได้ทั่วไป ใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และถือว่ามีความปลอดภัยเมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • สรรพคุณหลักของยาคือบรรเทาอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและช่วยลดไข้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายกลับสู่ระดับปกติ
  • การใช้ยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องควรคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัว เว้นระยะเวลาการรับประทาน และไม่ใช้เกินปริมาณสูงสุดต่อวัน
  • ถ้าใช้ยาเกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงและส่งผลเสียต่อตับหรือไตได้

สารบัญบทความ


พาราเซตามอลคืออะไร?

ยาลดไข้พาราเซตามอล

พาราเซตามอล (Paracetamol) หรืออะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) คือยาแก้ปวดและลดไข้ มักพบในรูปแบบของยาแก้ไข้เด็กและผู้ใหญ่ที่มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป พาราเซตามอลถือเป็นยาที่มีความปลอดภัยเมื่อใช้ในขนาดที่เหมาะสม และสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ซึ่งพาราเซตามอล สรรพคุณหลัก ๆ จะใช้บรรเทาอาการปวดและลดอุณหภูมิเมื่อมีไข้


พาราเซตามอลมีสรรพคุณอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่ายาพาราช่วยอะไรบ้าง? พาราเซตามอลเป็นยาที่มีสรรพคุณหลักในการบรรเทาอาการปวด ซึ่งสามารถช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • แก้ปวด : บรรเทาอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อ
  • ลดไข้ : ช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายเมื่อมีไข้ ให้กลับสู่อุณหภูมิร่างกายปกติหรือที่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส
  • สรรพคุณข้างเคียง : ช่วยลดอาการไม่สบายจากหวัดและไข้หวัด เช่น ปวดเมื่อยตามตัว

ข้อควรระวังและวิธีใช้พาราเซตามอลที่ถูกต้อง

การใช้ยาพารา

การใช้ยาพาราเซตามอลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุดและมีความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กไข้สูงหรือผู้ใหญ่ที่มีอาการเจ็บป่วย โดยควรคำนึงถึงข้อควรระวังสำคัญ ดังนี้

  • คำนวณขนาดยาตามน้ำหนัก : ใช้สูตร 10-15 มก./กก. ของน้ำหนักตัว เช่น พาราเซตามอล 500 mg กินกี่เม็ด? ถ้าน้ำหนัก 34-50 กก. ให้กิน 1 เม็ดต่อครั้ง
  • เว้นระยะเวลา : รับประทานห่างกันอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง และไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวัน หรือไม่เกิน 8 เม็ด
  • ศึกษาข้อมูลก่อนทาน : ผู้มีโรคประจำตัวหรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับหรือไต ควรขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

หากกินยาพาราเซตามอลมากเกินไปจะส่งผลอย่างไร?

การใช้พาราเซตามอลเกินขนาดที่แนะนำอาจส่งผลร้ายแรงต่อร่างกาย ทั้งการใช้ยาพาราเด็กและในผู้ใหญ่ โดยอาการจะแสดงออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะแรก (ภายใน 24 ชั่วโมง) : เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ไม่อยากอาหาร และเหงื่อออกมาก
  • ระยะกลาง (24-48 ชั่วโมง) : อาการภายนอกอาจดูปกติ แต่ถ้าตรวจเลือด ค่าเอนไซม์ตับจะเพิ่มสูงขึ้น
  • ระยะรุนแรง (หลัง 48 ชั่วโมง) : คลื่นไส้ อาเจียนอีกครั้ง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงถ้าไม่รีบรักษา

ผลข้างเคียงหลังจากทานพาราเซตามอลมีอะไรบ้าง?

แม้พาราเซตามอลจะเป็นยาที่ปลอดภัย แต่ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้ในบางราย หลายคนอาจสงสัยว่ายาพารากินตอนท้องว่างได้ไหม? คำตอบคือได้ แต่ถ้ามีอาการไม่พึงประสงค์ควรหยุดยาทันที โดยผลข้างเคียงที่อาจพบได้ มีดังนี้

  • เกิดผื่นคันตามผิวหนัง บวมแดง ความดันโลหิตลดลง หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • อาจพบภาวะเกล็ดเลือดลดลงหรือเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ ทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย
  • การใช้ยาเกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานอาจส่งผลเสียต่อตับและไตได้

ยาพาราเซตามอลเก็บรักษาอย่างไร?

พาราเซตามอลควรเก็บไว้ในภาชนะปิดมิดชิด อยู่ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและความชื้น ไม่ควรเก็บในห้องน้ำหรือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง เก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง พร้อมตรวจสอบวันหมดอายุก่อนใช้ทุกครั้ง ถ้ายาหมดอายุ หรือเริ่มเปลี่ยนสี กลิ่น รูปร่างแตกต่างจากปกติ ควรทิ้งทันที


FAQ: คำถามที่พบบ่อย

คนท้องหรืออยู่ในช่วงให้นมลูกกินพาราได้ไหม?

ทานได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยพาราเซตามอลถือว่าปลอดภัยเมื่อใช้ในขนาดที่เหมาะสมและเมื่อมีความจำเป็น แต่ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัวไม่ควรซื้อยามารับทานเอง

พาราเซตามอลควรกินครั้งละกี่เม็ด?

จำนวนเม็ดที่ควรทานแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและขนาดของยา โดยหลักการคำนวณคือ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น พาราเซตามอล ขนาด 500 มก. ผู้ที่มีน้ำหนัก 34-50 กก. ควรกิน 1 เม็ดต่อครั้ง โดยควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง และไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน


ยาลดไข้เด็ก Lotemp จาก Biopharm ตัวช่วยลดไข้เด็ก ทานง่าย และมีหลายรสชาติให้เลือก

พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดและลดไข้ที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้อย่างถูกวิธี มีสรรพคุณหลักในการบรรเทาอาการปวดและช่วยลดไข้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายกลับสู่ปกติ ซึ่งนอกจากยาลดไข้ชนิดเม็ดที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กที่เริ่มกลืนยาได้แล้ว ยังมียาลดไข้ชนิดน้ำที่ออกแบบมาเพื่อเด็กที่ยังไม่สามารถกลืนยาเม็ดได้ด้วย ช่วยให้รับประทานง่ายและปรับขนาดยาได้เหมาะสมมากขึ้น

สำหรับครอบครัวที่มีลูกน้อย ขอแนะนำยาลดไข้เด็ก Lotemp จาก Biopharm ที่มาพร้อมรสชาติอร่อยถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ กลิ่นบับเบิ้ลกัม รสสตอเบอร์รี่ และรสส้ม ช่วยให้ลูกน้อยทานยาได้ง่ายขึ้น พร้อมมีขนาดยาที่เหมาะสมตามช่วงอายุ ใช้สะดวกด้วยถ้วยตวงที่ให้มาในกล่อง ช่วยให้พ่อแม่มั่นใจได้ว่าลูกจะได้รับยาในปริมาณที่ถูกต้องและปลอดภัย

ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ : https://lotemp.in.th/