รักษาแผลเป็นอย่างไร ให้หายเร็วขึ้น รอยแผลดูจางลงด้วยวิธีใดบ้าง

รักษาแผลเป็น

รอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดจากการกระแทก การถูกของมีคมบาด รอยสิวหรือแม้แต่ความร้อน ล้วนเป็นรอยแผลที่ทิ้งไว้บนร่างกายของเรา บางคนมีความกังวลว่ารอยจะหายไหม จะจางลงเมื่อไร จนสูญเสียความมั่นใจในตัวเองเพราะรอยแผลเป็นทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาแผลเป็นมากมาย ที่สามารถช่วยให้คุณกลับมามีผิวพรรณที่เรียบเนียนและมั่นใจในตัวเองได้อีกครั้ง

วิธีการรักษาแต่ละวิธีจะเหมาะสมกับสภาพแผลเป็นที่แตกต่างกันออกไป การรักษาแผลเป็นจึงมีความจำเป็นที่จะช่วยให้ผู้ที่มีแผลเป็นกลับมามีผิวพรรณที่ดูดีเหมือนเดิม วิธีรักษาแผลเป็นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี โดยแต่ละวิธีขึ้นอยู่ความรุนแรงของรอยแผลเป็น ขนาดของแผล อายุของแผลนั่นเอง


สารบัญบทความ


รอยแผลเป็นมีกี่แบบ

รอยแผลเป็น (Scar) เกิดจากการฉีกขาดของเนื้อเยื่อ เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อที่เสียหาย ซึ่งเมื่อแผลหายแล้วมักจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ และรอยแผลเป็นมีหลายประเภท การรักษารอยแผลเป็นจึงแตกต่างกันออกไป

แผลเป็นนูน

แผลเป็นนูนมักจะมีลักษณะเป็นรอยนูนสีแดงขึ้นมาจากผิวหนัง เป็นแผลที่เกิดจากการบาดเจ็บหรือฉีกขาด โดยไม่มีการขยายตัวออกนอกบริเวณแผลเดิม แผลเป็นลักษณะนี้เกิดจากการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมามากเกินไป ซึ่งเป็นกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เกิดรอยแผลเป็นที่ดูนูนเด่นและมีสีเข้ม เมื่อเป็นแผลเป็นชนิดนี้ ควรทำการรักษาแผลเป็นทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน หรือรอให้หายเอง

แผลเป็นคีลอยด์

แผลเป็นคีลอยด์ คือรอยแผลเป็นที่มีลักษณะนูนและหนา มีสีแดงหรือชมพูเข้ม และมักขยายออกนอกขอบเขตของแผลเดิม ทำให้รอยแผลเป็นมีขนาดใหญ่ขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป โดยเกิดจากกระบวนการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิวหนังที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเนื้อเยื่อที่หนาและยื่นออกมาจากผิวปกติ ส่วนมากแผลเป็นคีลอยด์มักเกิดจากการบาดเจ็บที่ผิวหนังอย่างรุนแรง เช่น แผลผ่าตัด แผลจากอุบัติเหตุ แผลรถล้ม หรือแผลจากการเผาไหม้

แผลเป็นหลุม

แผลเป็นหลุม เกิดจากสิวที่มีขนาดใหญ่ เช่น สิวหัวช้าง หรือโรคผิวหนังที่มีอาการอักเสบอย่างรุนแรง เช่น อีสุกอีใส ทำให้ผิวหนังเกิดการสูญเสียเนื้อเยื่อบางส่วน จนเกิดเป็นรอยแผลที่ลึกลงไปจากผิวหนังเดิม การเกิดแผลเป็นหลุมเกิดจากแผลได้รับการรักษาไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดรอยแผลที่ลึกและไม่เรียบเนียน การรักษาแผลเป็นหลุมทำได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์หรือการเติมเต็มด้วยสารเติมเต็ม เพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

แผลเป็นหดรั้ง

แผลเป็นหดรั้ง เกิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผิวหนังบริเวณกว้าง เช่น แผลไฟไหม้ หรืออุบัติเหตุที่ทำให้ผิวหนังได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง กระบวนการรักษาแผลเป็นของร่างกายจะทำให้ผิวหนังหดตัวและดึงรั้งเข้าหากัน ส่งผลให้ผิวหนังมีความตึงและผิดรูปในบริเวณนั้น โดยอาจส่งผลกระทบต่อข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย คือรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่มักมีสีแดง สีม่วงหรือสีน้ำตาลแดง-เข้ม ขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละคน และหากปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่งจะเริ่มกลายเป็นสีขาว รอยแตกลายเกิดจากการยืดหรือหดตัวของผิวหนังอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่รวดเร็ว เช่น การตั้งครรภ์ เพิ่มน้ำหนัก รอยแตกลายทำให้คอลลาเจนในผิวหนังถูกทำลายและฉีกขาด เมื่อผิวหนังสมานตัวจึงเกิดรอยแตกลายขึ้น โดยรอยแตกลายมักเกิดในบริเวณที่มีการสะสมของไขมันมาก เช่น หน้าท้อง หน้าอก เอว ต้นแขน ต้นขา ก้น และน่อง

แผลเป็นทั่วไป

แผลเป็นทั่วไปมักจะเริ่มต้นด้วยการอักเสบและมีสีแดงหรือคล้ำในช่วงแรก เนื่องจากการตอบสนองของร่างกายในการซ่อมแซมผิวหนังที่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเวลาผ่านไป กระบวนการสมานแผลจะค่อย ๆ ฟื้นฟู ทำให้แผลเนียนเรียบขึ้นและสีของแผลจะจางลงได้เอง จนกลายเป็นรอยแผลที่ไม่เด่นชัดเหมือนตอนแรก หากได้รับการรักษาแผลเป็นอย่างถูกต้อง เช่น การใช้ครีมบำรุง หรือการใช้วิธีรักษาแผลเป็นรอยดําด้วยวิธีต่าง ๆ แผลสามารถจางลงและกลมกลืนกับสีผิวเดิมได้


6 วิธีรักษาแผลเป็นให้หายเร็วและเรียบเนียน

วิธีรักษาแผลเป็น

การรักษาแผลเป็นเป็นวิธีที่จะช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลง และทำให้ผิวกลับคืนสู่ความเรียบเนียนเดิมได้ ซึ่งวิธีรักษารอยแผลเป็นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะของแผล เช่น ทาครีมลดรอยแผลเป็น เลเซอร์รักษาแผลเป็น การใช้แผ่นซิลิโคนหรือเจลที่ช่วยลดการนูนของแผล และ อื่น ๆ อีกมากมาย โดยเราได้ยกวิธีรักษาแผลเป็นที่ช่วยลดรอยแผลเป็นได้เป็นอย่างดี ดังนี้

ทาครีมลดรอยแผลเป็น

วิธีรักษาแผลเป็นด้วยการใช้ยาทาครีมลดรอยแผลเป็น เป็นวิธีลบรอยแผลเป็นที่ง่ายที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดด้วยเช่นกัน เนื่องจากซิลิโคนเจลลดรอยแผลเป็นมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องของการเพิ่มความชุ่มชื้น ให้รอยแผลเป็นนุ่มขึ้น และช่วยปกป้องผิวบริเวณแผลเป็นจากแสงแดด น้ำ รวมไปถึงฝุ่นละออง การทาครีมลดรอยแผลเป็นเหมาะกับรอยแผลเป็นหลายประเภท เช่น รอยแผลเป็นอุบัติเหตุ รอยแผลเป็นจากการผ่าตัด แผลผ่าคลอด รอยแผลเป็นจากสิว และรอยแผลเป็นจากการทำศัลยกรรม

ใช้แผ่นแปะซิลิโคนรักษาแผลเป็น

การรักษาแผลเป็นด้วยการใช้แผ่นแปะซิลิโคนเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกสบาย เพราะแผ่นซิลิโคนเจลมีคุณสมบัติช่วยทำให้แผลหายได้ไว ลดโอกาสในการติดเชื้อขึ้น สามารถปกป้องแผลจากน้ำ ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และ PM2.5 ได้เป็นอย่างดี เหมาะกับแผลเป็นขนาดใหญ่และแผลผ่าคลอด เพราะช่วยฟื้นฟูผิวช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และทำให้แผลเป็นดูจางลง

เลเซอร์รักษาแผลเป็น

เลเซอร์รักษาแผลเป็น เป็นอีกหนึ่งวิธีลบรอยแผลเป็นที่เห็นผลเร็วที่สุดและได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากเลเซอร์รักษาแผลเป็น จะใช้พลังงานลำแสงจากเครื่องเลเซอร์ทำลายเนื้อเยื่อที่ไม่ปกติในบริเวณแผลเป็น และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวใหม่ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ในผิวอีกด้วย

ฉีดยาสเตียรอยด์รักษาแผลเป็น

การฉีดยาสเตียรอยด์เป็นวิธีที่ใช้ในการรักษาแผลเป็นนูน เช่น แผลเป็นคีลอยด์ โดยการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในแผลจะช่วยลดการผลิตคอลลาเจนที่มากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แผลนูนและหนา วิธีนี้จะช่วยลดการอักเสบและทำให้แผลนูนยุบตัวลง อีกทั้งช่วยปรับให้ผิวหนังบริเวณแผลเรียบเนียนขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์รักษาแผลเป็น หรือสารเติมเต็ม HA

การฉีดฟิลเลอร์เพื่อรักษาแผลเป็นเหมาะสำหรับวิธีแก้แผลเป็นแบบหลุม เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความปลอดภัยสูง ช่วยให้รอยแผลเป็นดูเต็มและเรียบเนียนขึ้น ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะช่วยปรับระดับผิวให้เรียบเสมอกันและลดความลึกของรอยแผล

ผ่าตัดรักษาแผลเป็น

ผ่าตัดรักษาแผลเป็น หนึ่งในวิธีแก้แผลเป็นคีลอยด์หรือแผลนูน ซึ่งจำเป็นจะต้องรักษาแผลเป็นกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยการผ่าตัดรักษาแผลเป็นมีทั้งการตัดแผลเป็นทั้งหมดออก ตัดแผลบางส่วนออก และลดขนาดของแผลเป็นให้เล็กลง


รักษาแผลเป็นอย่างไรให้แผลหายไวยิ่งขึ้น

วิธีรักษาแผลเป็นที่จะช่วยให้แผลหายได้เร็วยิ่งขึ้น มีวิธีการดูแลรักษาแผลเป็น ดังนี้

  • ทาครีมลดรอยแผลเป็นหรือใช้แผ่นแปะซิลิโคนเจลเป็นประจำ โดยเลือกครีมลดรอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยลดรอยแดง รอยดำ เช่น วิตามิน C, E หรือ Hyaluronic Acid
  • เมื่อแผลเริ่มแห้งแล้ว อาจมีสะเก็ดของแผล ควรหลีกเลี่ยงการเกา แกะแผลเพราะอาจทำให้แผลหายช้าลง
  • ช่วงเป็นแผลสด ควรทำความสะอาด และฆ่าเชื้อแผลเป็นประจำ
  • งดทานอาหารหมักดอง และของไม่สุกเพราะอาจทำให้แผลอักเสบได้
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

วิธีป้องกันการเกิดแผลเป็นต้องทำอย่างไร

วิธีป้องกันการเกิดแผลเป็นเป็นสิ่งสำคัญเพราะสามารถช่วยลดความไม่สม่ำเสมอของผิวหนัง และช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น โดยวิธีป้องกันรักษาแผลเป็น ควรเริ่มจากการดูแลแผลให้สะอาดและป้องกันการติดเชื้อ ใช้ซิลิโคนเจลลดรอยแผลเป็นเพื่อรักษารอยแผลเป็น หลีกเลี่ยงการเกาแผลเพื่อป้องกันการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป ซึ่งการป้องกันอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วและกลับมามีผิวที่เรียบเนียนอีกครั้ง


ยาทารักษาแผลเป็น ช่วยลดรอยแผลให้ดูจางลง คืนความมั่นใจอีกครั้ง

แผลเป็นที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อะไรก็ตาม ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ที่มีแผลเป็น ทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเองและสร้างความรำคาญใจ แต่การรักษาแผลเป็นที่ทางเราได้แนะนำไปข้างต้นสามารถช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วยิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผิวหนังกลับคืนสู่สภาพผิวปกติได้ อย่างเช่นวิธีรักษาแผลเป็นด้วยการใช้ซิลิโคนเจลหรือยาทาแผลเป็น

หากใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ช่วยรักษาแผลเป็น ขอแนะนำ ซิลิโคนเจลเกรดทางการแพทย์ ยี่ห้อ Biopharm Rebac ยาทาแผลเป็นที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดเลือนรอยแผลเป็น เหมาะสำหรับแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ แผลไฟไหม้ และแผลจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่โดดเด่นอย่าง Film Former ที่เมื่อทาลงบนผิวแล้วจะก่อตัวเป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวบริเวณรอยแผล ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำ ฝุ่นละอองต่าง ๆ เข้าไปในแผล และทำให้รอยแผลเป็นหายไวขึ้นได้