วัดไข้ ค่าอุณหภูมิต้องสูงเท่าไหร่ ถึงบอกว่าเด็กมีอาการไข้

การวัดไข้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายครอบครัวต้องเจอ โดยเฉพาะเมื่อเด็กมีอาการตัวร้อนหรือดูซึมผิดปกติ การวัดไข้อย่างถูกวิธีช่วยให้รู้ระดับอุณหภูมิร่างกายได้ชัดเจน และช่วยประเมินอาการเบื้องต้นได้ดีขึ้น การวัดไข้จึงไม่ใช่แค่การเช็กตัวเลข แต่เป็นข้อมูลสำคัญในการดูแลเด็กให้เหมาะสมกับอาการที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวัดไข้เด็กด้วยอุปกรณ์แบบใด หรือการสังเกตว่าวัดไข้เท่าไหร่ถึงมีไข้สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้การรับมือกับอาการไข้เป็นไปอย่างมั่นใจ และลดความกังวลในการดูแลลูกได้มากขึ้น
Key Takeaway
- อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.6 องศาเซลเซียสขึ้นไป ถือว่ามีไข้ และหากสูงถึง 38.5 องศาเซลเซียส จะจัดว่าเป็นไข้สูง
- การวัดไข้ทางทวารหนักให้ผลแม่นยำที่สุดสำหรับเด็กเล็ก ส่วนการวัดทางหูและหน้าผากเน้นความสะดวกและรวดเร็ว
- การเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องควบคู่กับการทานยาพาราเซตามอล เป็นวิธีลดอุณหภูมิร่างกายที่มีประสิทธิภาพที่สุด
- การให้ยาลดไข้เด็กต้องคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัว (10-15 มก./กก.) และควรเลือกยาที่ปราศจากแอลกอฮอล์และแอสไพริน
- หากมีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ไข้ไม่ลดลงภายใน 2 วัน หรือมีอาการซึมและชักเกร็ง ต้องรีบพาลูกพบแพทย์ทันที
สารบัญบทความ
- วัดอุณหภูมิร่างกายกี่องศาถึงเรียกว่ามีไข้?
- ไข้เกิดขึ้นจากสาเหตุใดบ้าง
- วัดไข้ที่ถูกวิธีทำอย่างไร
- อุปกรณ์วัดไข้สำหรับเด็กมีกี่แบบ?
- วิธีดูแลลูกเมื่อมีไข้ ทำยังไงให้ไข้ลด
- FAQ: คำถามที่พบบ่อย
- วัดไข้ให้ชัวร์ ดูแลให้ตรงจุด ด้วย Lotemp ยาลดไข้เด็กจาก Biopharm
วัดอุณหภูมิร่างกายกี่องศาถึงเรียกว่ามีไข้?

โดยทั่วไปอุณหภูมิร่างกายปกติจะอยู่ที่ประมาณ 36.5–37.4 องศาเซลเซียส การวัดไข้จึงเป็นวิธีสำคัญในการเช็กว่าอุณหภูมิยังอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ โดยการวัดอุณหภูมิร่างกายหากได้ค่าสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป มักถือว่าเริ่มมีไข้
หลายคนอาจสงสัยว่ามีไข้กี่องศาจึงควรเฝ้าระวัง สำหรับเด็กนั้นอุณหภูมิไข้เด็กตั้งแต่ 37.5–38 องศาเซลเซียส ควรเริ่มติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และวัดไข้ซ้ำเป็นระยะเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ไข้เกิดขึ้นจากสาเหตุใดบ้าง
การวัดไข้ช่วยให้ทราบว่าอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติหรือไม่ และเป็นสัญญาณบอกว่าไข้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายรูปแบบ โดยสาเหตุที่ทำให้มีไข้มักสัมพันธ์กับสภาพร่างกายดังต่อไปนี้
- การติดเชื้อในร่างกาย เช่น เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการเพิ่มอุณหภูมิ เมื่อวัดไข้มักพบว่าอุณหภูมิเด็กมีไข้สูงกว่าปกติ
- การอักเสบจากอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น การวัดไข้จะช่วยประเมินระดับความรุนแรงของอาการได้
- การตอบสนองต่อวัคซีนหรือยา ยาหรือวัคซีนบางชนิดอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นชั่วคราว การวัดไข้จึงควรทำควบคู่กับการสังเกตอาการ
- ภาวะอื่นในร่างกายที่ผิดปกติ เช่น ภาวะขาดน้ำหรือความร้อนสะสม เมื่อวัดไข้อาจพบค่าอุณหภูมิไข้สูงกว่าปกติ
วัดไข้ที่ถูกวิธีทำอย่างไร
การเลือกวิธีวัดไข้ให้เหมาะสมกับช่วงวัยมีความสำคัญอย่างมากเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด โดยแต่ละตำแหน่งในการวัดไข้จะให้ค่าการแสดงผลที่แตกต่างกันออกไปตามสภาวะร่างกาย ดังนี้
วัดไข้ทางรักแร้
เป็นวิธีวัดไข้พื้นฐานที่ได้รับความนิยม โดยใช้ปรอทวัดไข้วางไว้กึ่งกลางรักแร้เพื่อให้ผลลัพธ์การวัดไข้ออกมาดีที่สุด ซึ่งการวัดไข้ด้วยวิธีนี้มักจะได้ค่าอุณหภูมิร่างกายปกติต่ำกว่าทางอื่นเล็กน้อย จึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์แนบสนิทกับผิวหนังเพื่อให้การวัดไข้ไม่คลาดเคลื่อน
วัดไข้ทางปาก
สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาเล็กน้อย การวัดไข้ทางปากโดยใช้ปรอทวัดไข้วางไว้ใต้ลิ้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย การวัดไข้วิธีนี้ช่วยให้ทราบค่าการวัดอุณหภูมิร่างกายที่ค่อนข้างเสถียรและชัดเจน แต่ควรระวังไม่ให้มีการดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็นก่อนทำการวัดไข้เพื่อให้ได้ข้อมูลการวัดไข้ที่ถูกต้อง
วัดไข้ทางทวารหนัก
ถือเป็นรูปแบบการวัดไข้ที่ให้ความแม่นยำสูงที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด ถึงแม้หากพบว่าปรอทวัดไข้สูง 39 องศาเซลเซียส ก็จะสามารถประเมินความรุนแรงได้ทันที การวัดไข้ทางทวารหนักต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการสอดอุปกรณ์วัดไข้เข้าไปในร่างกาย
วัดไข้ทางหู
การวัดไข้ผ่านช่องหูด้วยเทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรดช่วยประหยัดเวลาและให้ความสะดวกสบายในการวัดไข้เป็นอย่างมาก แต่อุปกรณ์วัดไข้ชนิดนี้จะต้องได้รับการทำความสะอาดหัวเซนเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การวัดไข้แต่ละครั้งได้ค่าที่แม่นยำและไม่ถูกรบกวนจากสิ่งสกปรกภายในรูหู
วัดไข้ทางหน้าผาก
เทคโนโลยีการวัดไข้ที่สะดวกที่สุดคือการสแกนผ่านหน้าผาก เพราะสามารถวัดไข้ได้โดยไม่ต้องสัมผัสผิวหนัง ช่วยให้การวัดไข้ทำได้บ่อยครั้งตามต้องการ โดยเฉพาะการวัดไข้ในช่วงที่ลูกกำลังพักผ่อนโดยไม่เป็นการรบกวนการนอนหลับและยังทราบผลการวัดไข้ได้ทันที
อุปกรณ์วัดไข้สำหรับเด็กมีกี่แบบ?
ปัจจุบันมีอุปกรณ์วัดไข้มีหลากหลายประเภทเพื่อให้การวัดไข้มีความสะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้น การเลือกเครื่องมือวัดไข้ที่เหมาะสมจะช่วยให้การติดตามอาการได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ โดยอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในการวัดไข้ มีดังนี้
- เทอร์โมมิเตอร์แบบปรอท : ให้ผลลัพธ์การวัดไข้ที่แม่นยำและราคาประหยัด โดยใช้ปรอทวัดไข้สัมผัสบริเวณรักแร้หรือใต้ลิ้นเพื่อทำการวัดไข้ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการแตกหักที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการวัดไข้
- เทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิทัล : ใช้งานง่ายสำหรับการวัดไข้ในทุกช่วงวัย และช่วยให้การวัดอุณหภูมิร่างกายแสดงผลผ่านหน้าจอได้อย่างรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูงและเหมาะสำหรับทุกครอบครัวที่ต้องการความสะดวกในการวัดไข้ด้วยตัวเอง
- เครื่องวัดไข้แบบอินฟราเรด : ช่วยให้การวัดไข้สะดวกที่สุดเพราะไม่ต้องสัมผัสตัว โดยสแกนผ่านทางหูหรือหน้าผากเพื่อวัดไข้ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการวัดไข้เด็กเล็กที่มักจะงอแงไม่ยอมให้นำอุปกรณ์วัดไข้มาสัมผัสผิวหนัง
- แถบวัดไข้ : เน้นความสะดวกในการพกพาไปวัดไข้นอกสถานที่ เพียงวางแผ่นแปะบนหน้าผากเพื่อวัดไข้แบบเบื้องต้น ถึงแม้ความแม่นยำจะไม่สูงเท่าเครื่องมืออื่นแต่ช่วยให้รับรู้ความเสี่ยงในการมีไข้ได้ทันทีจากการวัดไข้
วิธีดูแลลูกเมื่อมีไข้ ทำยังไงให้ไข้ลด

เมื่อทำการวัดไข้แล้วพบว่าลูกมีอุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์ปกติ การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว โดยสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนหลังจากทำการวัดไข้ได้ดังนี้
- ใช้วิธีลดไข้โดยการเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อระบายความร้อนที่ตรวจพบจากการวัดไข้
- ให้ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อช่วยลดความร้อนภายในร่างกายหลังการวัดไข้
- พิจารณาให้ยาลดไข้พาราเซตามอลในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวเมื่อทำการวัดไข้แล้วพบอาการ
- หากทำการวัดไข้เด็กแล้วพบว่าค่าบนปรอทวัดไข้อยู่ที่ 39 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นไข้สูง ควรติดตามอาการและวัดไข้อย่างใกล้ชิด
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีเพื่อให้การระบายความร้อนหลังจากการวัดไข้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับข้อสงสัยที่ว่าอุณหภูมิ 37.3 มีไข้ไหม หากทำการวัดไข้แล้วได้ค่านี้จะถือว่าร่างกายเริ่มมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติเล็กน้อย จึงควรเฝ้าสังเกตอาการด้วยการวัดไข้ซ้ำเป็นระยะ
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
ให้ลูกกินยาลดไข้แล้วยังจำเป็นต้องเช็ดตัวอยู่ไหม?
หลังให้ยาแล้ว ควรวัดไข้ติดตามอุณหภูมิเป็นหลัก หากลูกยังตัวร้อนหรือไม่สบาย การเช็ดตัวสามารถช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น
อาการไข้แบบไหนที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์?
หากวัดไข้แล้วพบว่าไข้สูงมากไม่ลด มีอาการซึม ไม่กินน้ำ หายใจผิดปกติ ชัก หรือมีอาการรุนแรงร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
วัดไข้ให้ชัวร์ ดูแลให้ตรงจุด ด้วย Lotemp ยาลดไข้เด็กจาก Biopharm
การวัดไข้อย่างถูกวิธีเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลเด็กเมื่อมีอาการตัวร้อน เพราะช่วยให้รู้ระดับอุณหภูมิและติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ชัดเจน การวัดไข้อย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการวัดอุณหภูมิร่างกายจะช่วยประเมินอาการและรับมือได้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพบว่าอุณหภูมิไข้เด็กสูงขึ้นต่อเนื่อง
Biopharm จึงขอแนะนำ Lotemp ยาลดไข้พาราเซตามอลชนิดน้ำที่ปลอดภัยต่อเด็กทั่วไปและเด็กที่เป็น G-6-PD เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และแอสไพริน มีรสสตรอเบอร์รี่ รสบับเบิลกัม และรสส้มที่ทานง่าย ช่วยบรรเทาอาการไข้และลดความไม่สบายตัวของเด็กหลังการวัดไข้ ทำให้การดูแลและติดตามอาการเป็นไปอย่างเหมาะสมและช่วยสร้างความอุ่นใจในทุกขั้นตอนของการดูแล



