โรคเหน็บชา เรียนรู้สาเหตุและอาการที่ส่งผลต่อระบบประสาท

เมื่อพูดถึงอาการเหน็บชา หลาย ๆ คนมักจะรู้จักกันดีในอาการที่รู้สึกชา เจ็บจี๊ด ๆ และรู้สึกยุบยิบเหมือนเข็มทิ่มบริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่เกิดการกดทับเป็นเวลานาน แต่รู้หรือไม่ว่าอาการเหน็บชาที่รู้จักกันทั่วไปนี้ แตกต่างกับ ‘โรคเหน็บชา’ ซึ่งจะรู้สึกชาปลายมือปลายเท้า ที่สำคัญโรคเหน็บชายังอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้นเพื่อให้คุณได้รู้เท่าทันความผิดปกติของร่างกายและไขปริศนาชาปลายเท้าเกิดจากอะไร เราจะพาไปรู้จักโรคเหน็บชาอย่างละเอียดกัน
Key Takeaway
-
- โรคเหน็บชาเกิดจากการที่ร่างกายได้รับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ
- อาการของโรคเหน็บชาจะแตกต่างกันตามช่วงวัย โดยแบ่งเป็นอาการเหน็บชาในเด็ก และอาการเหน็บชาในผู้ใหญ่
- โรคเหน็บชาเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะทางจิต, ภาวะหัวใจล้มเหลว, ภาวะขาดวิตามิน หรือภูมิแพ้ชนิดรุนแรง
สารบัญบทความ
โรคเหน็บชาเกิดจากอะไร
โรคเหน็บชาเกิดจากอะไร สาเหตุหลัก ๆ ของโรคเหน็บชานั้นเกิดขึ้นจากการขาดวิตามินบี 1 ซึ่งการขาดวิตามินบี 1 จนทำให้เกิดโรคเหน็บชานั้นมีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้
-
- การขาดวิตามิน : เมื่อร่างกายเกิดภาวะขาดวิตามินบี 1 หรือที่มีอีกชื่อว่า ไธอามีน (Thiamine) ซึ่งเป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในการปกป้องเส้นประสาท
- กรรมพันธุ์ : โรคเหน็บชาที่เกิดการกรรมพันธุ์นั้นเป็นภาวะที่ร่างกายประสบปัญหาด้านการดูดซึมวิตามินบี 1 ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ
- การเปลี่ยนแปลงของสรีรวิทยา : โรคเหน็บชาสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อสรีรวิทยามีการเปลี่ยนแปลง โดยมีการทำงานที่ผิดปกติของเส้นประสาท, กล้ามเนื้อ, หลอดเลือด และระบบหัวใจ
นอกจากนี้ โรคเหน็บชายังมีความเกี่ยวข้องกับโรคบางชนิด ได้แก่
-
- โรคตับเรื้อรัง : โรคเหน็บชาที่เกี่ยวข้องกับการป่วยโรคตับเรื้อรังนั้นเกิดจากตับไม่สามารถนำวิตามินบี 1 ไปใช้ประโยชน์ภายในร่างกายได้
- โรคพิษสุราเรื้อรัง : โรคเหน็บชาที่เกี่ยวข้องกับการป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังนั้นเกิดจากการทำงานของตับไม่มีประสิทธิภาพและลำไส้ไม่มีการดูดซึมที่ดี
- โรคเบาหวาน : โรคเหน็บชาที่เกี่ยวข้องกับการป่วยโรคเบาหวานนั้นเกิดการมีระดับน้ำตาลภายในเลือดสูงมาเป็นระยะเวลานาน จนส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมสภาพ
ลักษณะอาการของโรคเหน็บชา

อาการเหน็บชาที่เกิดจากการขาดวิตามินบี 1 นั้นจะมีอาการชาปลายเท้าปลายมือ หัวใจเต้นเร็ว มีอาการเหนื่อยหอบ และมีอาการของตับโต ซึ่งอาการดังกล่าวของโรคเหน็บชานี้นอกจากจะสามารถบ่งชี้ได้ว่าร่างกายเริ่มขาดวิตามินบี 1 แล้ว ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน ทว่าอาการโรคเหน็บชายังสามารถแบ่งออกตามช่วงวัยได้ดังนี้
อาการเหน็บชาในเด็ก
โรคเหน็บชาในเด็กมักจะพบได้มากในช่วงอายุ 2-6 เดือน โดยอาการของโรคเหน็บชาในเด็กนั้นได้แก่ อาการหัวใจโต หัวใจเต้นเร็ว มีอาการเหนื่อยหอบ ขาบวม-ตัวบวม หน้าเขียว-ตัวเขียว เสียงร้องแหบหรือไม่มีเสียง หนังตาบนตก ตากระตุก ซึม ชัก หรือหมดสติ ซึ่งเมื่อเด็กเกิดโรคเหน็บชาขึ้นจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องภายในระยะเวลา 2-3 ชั่วโมง มิเช่นนั้นอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้
อาการเหน็บชาในผู้ใหญ่
โรคเหน็บชาในผู้ใหญ่ระยะแรกเริ่มนั้นจะยังไม่เจอความผิดปกติเมื่อทำการตรวจร่างกาย แต่จะมีอาการเหนื่อยง่าย รู้สึกอ่อนเพลีย รู้สึกชา เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องผูก และความจำเสื่อม ส่วนระยะที่โรคเหน็บชาเริ่มรุนแรงขึ้นนั้นจะมีอาการชาที่ปลายมือปลายเท้า รวมทั้งอาจมีอาการเสียวแปลบและปวดแสบด้วย
แต่ในผู้ป่วยโรคเหน็บชาบางรายก็อาจมีอาการแขนขาไม่มีแรง เป็นตะคริว และมีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง ซึ่งในกรณีที่มีความรุนแรงอาจเกิดอาการอัมพาตเลยทีเดียว และสำหรับผู้ป่วยโรคเหน็บชาที่มีผลมาจากโรคพิษสุราเรื้อรังนั้นจะมีอาการเดินเซ ตาเหล่-ตาเข รวมถึงมีความผิดปกติทางจิต
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดในโรคเหน็บชา
ในผู้ที่ป่วยโรคเหน็บชาซึ่งเกิดจากภาวะขาดวิตามินบี 1 นั้นนอกจากจะมีอาการหลัก ๆ ของโรคเหน็บชาแล้ว ยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ภายในร่างกายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบหัวใจ ระบบประสาท ระบบสมอง กระเพาะ รวมไปถึงระบบลำไส้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในโรคเหน็บชามีดังนี้
-
- ภาวะหัวใจล้มเหลว : เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในโรคเหน็บชาได้ เพราะเมื่อร่างกายขาดวิตามินบี 1 อย่างหนักจะส่งผลให้หัวใจอ่อนแอลง เนื่องจากวิตามินบี 1 สำคัญต่อการทำงานของระบบหัวใจ
- ภูมิแพ้ชนิดรุนแรง : โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงเป็นอีกหนึ่งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเหน็บชา ซึ่งมักเกิดขึ้นจากการทำการรักษาด้วยการให้อาหารทางหลอดเลือด
- ภาวะทางจิต : โรคเหน็บชาสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนทางจิตได้ในผู้ป่วยที่มาสาเหตุโรคเหน็บชาจากโรคพิษสุราเรื้อรัง
- ภาวะขาดวิตามิน : เมื่อเป็นโรคเหน็บชาที่เกิดจากการขาดวิตามินบี 1 ภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดตามมาก็คือภาวะร่างกายขาดวิตามินนั่นเอง
เป็นเหน็บชา มีวิธีรักษาได้อย่างไรบ้าง
วิธีแก้เหน็บชาจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของอาการ ซึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคเหน็บชาแบบไม่รุนแรงแพทย์จะให้รับประทานวิตามินบี 1 หรือวิตามินบีรวมชนิดเม็ด ส่วนผู้ป่วยโรคเหน็บชาขั้นรุนแรงนั้นแพทย์จะทำการรักษาด้วยวิธีการให้วิตามินบี 1 ผ่านทางหลอดเลือดดำหรือทำการฉีดวิตามินบี 1 เข้าสู่กล้ามเนื้อ โดยปริมาณของวิตามินบี 1 ที่ฉีดให้ แพทย์จะพิจารณาตามอาการของผู้ป่วยรายบุคคล
ป้องกันการเป็นโรคเหน็บชาทำได้อย่างไรบ้าง
การป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหน็บชานั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินบี 1 อย่างเพียงพอ
-
- เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 เช่น ข้าวกล้อง, ข้าวซ้อมมือ, ถั่ว หรือธัญพืช
- เลือกรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทหมักดองและอาหารดิบ ที่จะไปขัดขวางกระบวนการดูดซึมวิตามินบี 1 ของร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะทำให้เกิดโรคเหน็บชาจากการป่วยพิษสุราเรื้อรัง
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเหน็บชา
ผู้ที่เป็นโรคเหน็บชา ควรเลี่ยงอาหารชนิดใด
ผู้ป่วยโรคเหน็บชาควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทหมักดอง อาหารดิบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะส่งผลให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบี 1 ได้ไม่ดี และในอาหารบางชนิดยังมีสารที่ทำลายวิตามินบี 1 อีกด้วย
เหน็บชาเป็นสัญญาณของโรคอะไรได้บ้าง
อาการของโรคเหน็บชานั้นเป็นสัญญาณเตือนที่สามารถบ่งบอกได้ว่าร่างกายอาจจะกำลังเกิดโรคเบาหวาน หรือโรคพิษสุราเรื้อรัง
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการเหน็บชา
หากว่ามีอาการเป็นเหน็บชาบ่อยและถี่มากขึ้น มีอาการเหน็บชาเรื้อรังมาเป็นระยะเวลานาน หรือมีอาการผิดปกติของร่างกายร่วมด้วย เช่น อาการอ่อนแรง หรือสูญเสียการทรงตัว
โรคเหน็บชา โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย

โรคเหน็บชาเป็นโรคที่เกิดมาจากการที่ร่างกายขาดวิตามินบี 1 ซึ่งอาจมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เลือกรับประทาน กรรมพันธุ์ หรือการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ที่สำคัญอาการเหน็บชายังเป็นสัญญาณเตือนโรคเบาหวานและโรคพิษสุราเรื้อรังอีกด้วย
แม้ว่าในระยะเริ่มต้นนั้นอาการของโรคเหน็บชาจะดูไม่รุนแรง แต่ก็ไม่ควรละเลย เพราะโรคเหน็บชาเองก็สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากมาย ทั้งภาวะหัวใจล้มเหลว ภูมิแพ้ชนิดรุนแรง ภาวะทางจิต และภาวะร่างกายขาดวิตามิน โดยวิธีการรักษาโรคเหน็บชาในระยะเริ่มต้นจำเป็นที่จะต้องรับประทานวิตามินบี 1 แบบเม็ดเพื่อเสริมวิตามินส่วนที่ขาดหายไปจากร่างกาย
โดยยาบำรุงปลายประสาท VIBEE ที่ประกอบไปด้วยวิตามินบีรวมที่จำเป็นต่อร่างกายทั้งวิตามินบี 1, วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ซึ่งจะช่วยรักษาทุกอาการเหน็บชาและภาวะขาดวิตามินบี รวมถึงช่วยบำรุงปลายประสาทอีกด้วย



