วิตามินบี 6 ไพริดอกซีน คืออะไร? และประโยชน์ต่อสุขภาพ

วิตามินบี 6

วิตามินบี 6 เป็นสารอาหารที่มีบทบาทมากกว่าการบำรุงสุขภาพทั่วไป เพราะมีส่วนช่วยในกระบวนการสำคัญของร่างกาย ตั้งแต่การสร้างเซโรโทนินที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ไปจนถึงการสร้างเม็ดเลือดและควบคุมฮอร์โมน 

หลายคนอาจสงสัยว่าวิตามินบี 6 ช่วยอะไร และวิตามินบี 6 มีประโยชน์อย่างไรบ้าง คำตอบคือมีส่วนช่วยในการนอนหลับ การย่อยอาหาร อารมณ์ ไปจนถึงภูมิคุ้มกันที่ดี หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลตัวเองจากภายใน บทความนี้มีคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด


สารบัญบทความ


วิตามินบี 6 (Vitamin B) คืออะไร

วิตามินบี 6 (Vitamin B6) หรือ ‘Pyridoxine’ คือ หนึ่งในกลุ่มวิตามินบีที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะในระบบประสาทและสมอง ซึ่งวิตามิน B6 มีส่วนช่วยในการสร้างแอนติบอดี เสริมสร้างเม็ดเลือดแดง และมีความจำเป็นต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท หากรับประทานร่วมกับวิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินบี 5, วิตามินซี และแมกนีเซียม ร่างกายจะดูดซึมวิตามินบี 6 ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ วิตามินบียังเป็นกลุ่มสารอาหารที่ทำงานประสานกันเพื่อช่วยดูแลระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้สมดุล


วิตามินบี 6 มีประโยชน์และดีต่อร่างกายอย่างไร

วิตามินบี 6 ช่วยเรื่องอะไร

วิตามินบี 6 ช่วยส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญ เนื่องจากมีเป็นโคเอนไซม์ที่จำเป็นในกระบวนการเผาผลาญโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันให้เกิดเป็นพลังงาน ทำให้ร่างกายมีเรี่ยวแรงและสดชื่นกระปรี้กระเปร่าตลอดวัน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในด้านอื่น ๆ อีก ดังนี้

  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง วิตามินบี 6 มีส่วนสำคัญในการสร้างแอนติบอดี และเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
  • บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) และปรับสมดุลฮอร์โมน ช่วยในการสร้างสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของวิตามินบี 6 ที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับสุภาพสตรี ลดอาการหงุดหงิด หรืออารมณ์แปรปรวนในช่วงก่อนมีประจำเดือน
  • ส่งเสริมสุขภาพจิต ทำให้อารมณ์ดีขึ้น มีการสร้างสารเซโรโทนินและโดพามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข วิตามินบี 6 จึงถูกจัดเป็นวิตามินบำรุงสมองที่สำคัญชนิดหนึ่ง
  • เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ วิตามิน B6 ช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มตัวบวมได้ง่าย
  • ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด วิตามินบี 6 จะทำงานร่วมกับกรดโฟลิก (วิตามินบี 9) และวิตามินบี 12 เพื่อควบคุมระดับกรดอะมิโนโฮโมซิสเทอีนในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ช่วยป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว

การขาดวิตามินบี 6 ส่งผลไม่ดีต่อร่างกายอย่างไร

หากขาดวิตามินบี 6 เป็นโรคอะไรได้บ้าง และส่งผลต่อร่างกายอย่างไร? เมื่อร่างกายไม่ได้รับวิตามินบี 6 อย่างเพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยภาวะขาดวิตามินบี 6 จะแสดงออกมาเป็นสัญญาณเตือนและอาการผิดปกติต่าง ๆ ดังนี้

  • สมองผลิตสารสื่อประสาทได้น้อยลง ส่งผลให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายและวิตกกังวล
  • กล้ามเนื้อหดเกร็ง เป็นตะคริว หรือมีอาการชาตามมือตามเท้า เนื่องจากการทำงานของระบบประสาทบกพร่อง
  • ผิวหนังแห้ง แตกเป็นสะเก็ด โดยเฉพาะรอบปากและใบหน้า เพราะเซลล์ผิวขาดการซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง
  • มีภาวะซีดหรือโลหิตจาง เพราะวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
  • อาจเกิดภาวะบวมน้ำ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและแขนขาจากความผิดปกติของการขับของเหลว
  • อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น ภาวะเส้นประสาทอักเสบ อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือมีอาการชักในบางกรณี
  • อาจทำให้อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) ในสตรีแย่ลง เช่น รู้สึกอ่อนล้า เครียดง่าย หรืออารมณ์เหวี่ยง
  • โทษของวิตามินบี 6 เมื่อขาดในระยะยาว อาจเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ภาวะซึมเศร้า และภาวะสมองเสื่อม

สาเหตุของการขาดวิตามินบี 6 เกิดจากอะไร?

สาเหตุของการขาดวิตามินบี 6 มีอะไรบ้างนั้น โดยรวมแล้วเกิดจากการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ รวมถึงการดูดซึมวิตามินที่ลดลงในผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานานก็มีผลด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การขาดวิตามินบี 6 ยังพบได้ในผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินบีรวมชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย


ปริมาณวิตามินบี 6 ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน?

ร่างกายควรได้รับวิตามินบี 6 ในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน เพื่อให้เกิดการทำงานที่สมดุลและมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปแนะนำให้บริโภคประมาณ 1.6–2 มิลลิกรัมต่อวัน ปริมาณที่เหมาะสมนี้สามารถช่วยเสริมประโยชน์ของวิตามินบี 6 ได้อย่างเต็มที่ และวิตามินบี 6 จัดเป็นวิตามินบำรุงสุขภาพที่ควรได้รับประจำทุกวัน


วิตามินบี 6 พบได้จากที่ไหนบ้าง เลือกกินได้จากอาหารใกล้ตัว

วิตามินบี 6 อาหาร

วิตามินบี 6 เป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จึงต้องได้รับจากการทานอาหารในแต่ละวันเป็นหลัก ซึ่งวิตามินบี 6 ได้จากอะไรบ้างนั้น ส่วนใหญ่จะพบในอาหารธรรมชาติหลากหลายชนิด เช่น

  • ปลาแซลมอน 

แหล่งวิตามินบี 6 ชั้นเยี่ยมในกลุ่มโปรตีนที่มีคุณภาพสูง นอกจากช่วยเสริมวิตามินแล้ว ยังดีต่อสุขภาพหัวใจและสมอง

  • ไข่ไก่

ไข่ไก่ เป็นหนึ่งในอาหารที่หลายคนเลือกบริโภคเป็นประจำ เพราะนอกจากจะมีโปรตีนแล้ว ยังมีวิตามินบี 6 ในปริมาณที่ดีต่อร่างกาย

  • ตับไก่

ตับไก่มีวิตามินบี 6 สูงและยังอุดมไปด้วยวิตามินรวมถึงแร่ธาตุหลากหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างครบถ้วน

สำหรับใครอยากรู้ว่าอาหารที่มีวิตามินบีนอกจากนี้มีอะไรบ้าง เราคัดมาให้แล้ว ไปตามอ่านกันได้เลย!


ข้อควรระวังในการทานวิตามินบี

ถึงแม้วิตามินบี 6 จะมีประโยชน์มาก แต่การได้รับวิตามินบี 6 ในปริมาณสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ควรหลีกเลี่ยงการเสริมวิตามินบี 6 หากไม่ได้รับการปรึกษากับแพทย์ 

นอกจากนี้ การทานวิตามินบี 6 เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอาการชาทางประสาท ซึ่งเป็นหนึ่งในโทษของวิตามินบี 6 ที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก ดังนั้น หากต้องการเสริมมากกว่าปริมาณที่แนะนำควรปรึกษาแพทย์ก่อน


ดูแลระบบประสาทด้วยวิตามินบี 6 และ VIBEE

VIBEE

วิตามินบี 6 มีบทบาทต่อทั้งระบบประสาท อารมณ์ และสุขภาพโดยรวม หากได้รับวิตามินบี 6 ในปริมาณที่พอดี จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะต่าง ๆ และส่งเสริมการทำงานของร่างกายให้สมดุลกัน นอกจากประโยชน์ของวิตามินบี 6 ที่ได้จากอาหารแล้ว ปัจจุบันยังมีตัวช่วยอย่างยาบำรุงปลายประสาท VIBEE ที่อุดมไปด้วยวิตามินบีรวม 1-6-12 ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย ช่วยบำรุงปลายประสาท บรรเทาอาการชามือ-เท้า และลดอาการปวดจากระบบประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลระบบประสาทให้ดีอยู่เสมอ