คีลอยด์คืออะไร แผลเป็นนูนรักษาได้ไหม?

รอยแผลเป็นที่มีลักษณะนูนขึ้นมาจากผิวหนังเรียกกันว่า “คีลอยด์” (Keloid) โดยเชื่อกันว่าเมื่อเป็นแผลคีลอยด์แล้วจะรักษาให้แผลหายเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เพราะแผลคีลอยด์ คือการที่ร่างกายของเรามีการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยในการซ่อมแซมบาดแผลมากเกินไป ทำให้เกิดเนื้อเยื่อแผลเป็นที่หนาและนูนขึ้นมาจากผิวหนัง นอกจากนี้ เซลล์ที่สร้างคอลลาเจนในแผลคีลอยด์ยังมีความผิดปกติทำให้แผลคีลอยด์มักจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และยากต่อการรักษาให้หายขาด
แต่ไม่ได้หมายความว่าแผลคีลอยด์จะรักษาไม่ได้เลย ปัจจุบันมีวิธีการรักษาแผลคีลอยด์หลายวิธี ทั้งการใช้ยา การทำเลเซอร์ การผ่าตัด และการใช้ซิลิโคนเจล ซึ่งสามารถช่วยลดขนาดและความนูนของแผลได้
สารบัญบทความ
- คีลอยด์ คือ.. แผลเป็นที่มีลักษณะนูน
- คีลอยด์สาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร
- คีลอยด์สามารถเกิดจากปัจจัยใดได้บ้าง
- วิธีรักษาคีลอยด์ บอกลาแผลเป็นที่น่ากังวล!
- คีลอยด์สามารถรักษาด้วยตนเองได้ไหม
- วิธีป้องกันการเกิดคีลอยด์มีอะไรบ้าง
- คำถามที่พบบ่อยและข้อสงสัยเกี่ยวกับแผลคีลอยด์
- คีลอยด์ คือแผลเป็นที่รักษาให้ขนาดเล็กลงได้
คีลอยด์ คือ.. แผลเป็นที่มีลักษณะนูน
คีลอยด์ คือ รอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่มีลักษณะแผลเป็นแตกต่างจากรอยแผลทั่วไป โดยลักษณะของแผลคีลอยด์ คือ เป็นแผลนูนที่มีสีแดง สีคล้ำ และอาจมีอาการคันหรือเจ็บเมื่อสัมผัส แม้ว่าแผลคีลอยด์จะไม่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ทำการรักษา แผลจะคงอยู่และในบางกรณีอาจขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
แผลคีลอยด์ส่งผลต่อความมั่นใจและสภาพจิตใจของผู้ที่มีแผล เนื่องจากอาจส่งผลต่อความสวยงามของผิวหนัง การรักษาและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดผลกระทบด้านความงามและช่วยให้ผู้มีแผลคีลอยด์รู้สึกมั่นใจมากขึ้น
คีลอยด์สาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร
สาเหตุที่ของการเกิดแผลคีลอยด์ คือ แผลเป็นคีลอยด์เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองมากเกินไปในกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังหลังเกิดบาดแผล โดยร่างกายจะสร้างคอลลาเจนในปริมาณมากเกินความจำเป็น ส่งผลทำให้ความไม่สมดุลของคอลลาเจนและเกิดมีเนื้อเยื่อแผลเป็นคีลอยด์เจริญเติบโตเกินขอบเขตของบาดแผลเดิม
คีลอยด์สามารถเกิดจากปัจจัยใดได้บ้าง

ปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดแผลเป็นนูนหรือแผลเป็นคีลอยด์ คือ พันธุกรรม ฮอร์โมน ตำแหน่งของแผล เชื้อชาติ และการสมานแผลที่ผิดปกติ โดยรายละเอียดปัจจัยที่ทำให้เกิดคีลอยด์ ดังนี้
- พันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีแนวโน้มหรือเคยมีประวัติเป็นคีลอยด์ มีโอกาสสูงที่จะเกิดเป็นคีลอยด์ด้วยเหมือนกัน
- ฮอร์โมน โดยส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่จะมีโอกาสที่จะเป็นคีลอยด์มากกว่าหญิงปกติ และผู้หญิงที่สูงอายุมีโอกาสเกิดตุ่มคีลอยด์ได้น้อยลง
- เชื้อชาติ แผลเป็นคีลอยด์ส่วนใหญ่มักจะพบได้ในคนที่มีสีผิวเข้ม เช่น คนแอฟริกา และคนเอเชีย
- การอักเสบของแผล การติดเชื้อหรือการอักเสบของแผลอาจกระตุ้นให้เกิดเนื้อเยื่อแผลนูนและขยายเกินขอบเขตจนเกิดเป็นแผลคีลอยด์ขนาดใหญ่ได้
วิธีรักษาคีลอยด์ บอกลาแผลเป็นที่น่ากังวล!
การรักษาคีลอยด์นั้นคือต้องพิจารณาก่อนว่าตำแหน่งของแผลเกิดที่บริเวณใดของร่างกาย และขนาดของแผลคีลอยด์ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย โดนวิธีการรักษาคีลอยด์ที่พบในปัจจุบัน ได้แก่
การฉีดยาสเตียรอยด์
ฉีดแผลคีลอยด์ด้วยยาสเตียรอยด์ เป็นวิธีการรักษาแผลคีลอยด์ที่ได้รับความนิยม และเป็นวิธีการรักษาแผลเป็นคีลอยด์ตามมาตรฐาน โดยแพทย์จะใช้ยา Triamcinolone Acetonide เป็นยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดหนึ่งฉีดเข้าไปในบริเวณที่เป็นแผลเป็น โดยกลไกการทำงานของสารสเตียรอยด์นี้มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและยับยั้งกระบวนการผลิตเซลล์ผิวหนังเพิ่มบริเวณเนื้อแผล หลังจากฉีดติดต่อกันสักระยะจะพบว่าแผลคีลอยด์ค่อย ๆ ยุบตัวลง
การรักษาด้วยเลเซอร์
วิธีการรักษาคีลอยด์แบบต่อมาคือ การรักษาคีลอยด์ด้วยเลเซอร์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการลดขนาดและความนูนของแผลเป็นคีลอยด์ โดยเลเซอร์ที่ใช้มีหลายประเภท เช่น เลเซอร์ Pulsed Dye, เลเซอร์ Picosecond หรือเลเซอร์ Fractional CO2 ที่ทำหน้าที่กำจัดเนื้อเยื่อส่วนเกินของแผลคีลอยด์ และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้น ซึ่งการจะเลือกรักษาด้วยเลเซอร์ประเภทใดนั้นแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม
การผ่าตัด
คีลอยด์คือลักษณะของก้อนเนื้อที่นูนออกมา การรักษาด้วยการผ่าตัดจึงเป็นวิธีที่หลายคนเลือก หากมีแผลขนาดใหญ่หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้นอื่น ๆ แล้ว เพราะทำให้สามารถเอาแผลเป็นคีลอยด์ออกและเห็นผลการรักษาเร็ว อย่างไรก็ตาม เพื่อลดโอกาสที่แผลคีลอยด์จะกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์จะแนะนำให้ใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น การใส่แผ่นกดทับ หรือการฉีดสลายคีลอยด์ป้องกันการเกิดแผลเป็นซ้ำ
การใช้ผ้ายืดกดทับบาดแผล
ผ้ายืดกดทับบาดแผลคีลอยด์คือวิธีการที่ช่วยลดความนูนของแผล โดยใส่ทับบริเวณแผลเป็นคีลอยด์ให้แนบแน่น สามารถช่วยลดอาการคัน และช่วยให้แผลเป็นแบนราบลงได้ โดยมีหลักการทำงานคือการกดทับบริเวณแผลอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลดการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงแผล ลดการสร้างคอลลาเจนส่วนเกิน และช่วยให้แผลสมานตัวได้ดีขึ้น มักใช้ทันทีหลังการผ่าตัดหรือสวมใส่หลังจากบาดแผลเพิ่งหาย
คีลอยด์สามารถรักษาด้วยตนเองได้ไหม
แผลเป็นคีลอยด์รักษาด้วยตนเองได้ โดยวิธีการรักษาแผลในระยะที่แผลคีลอยด์ยังมีขนาดเล็กคือการใช้ครีมลดรอยแผลเป็นทาบริเวณแผลอย่างสม่ำเสมอ ซิลิโคนเจลจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ช่วยไม่ให้เซลล์ขยายยืดตัวขึ้น และช่วยซ่อมแซมแผลให้ดียิ่งขึ้น การรักษาแผลคีลอยด์ด้วยตัวเองเหมาะสมกับแผลคีลอยด์หรือแผลนูนขนาดเล็กเท่านั้น
วิธีป้องกันการเกิดคีลอยด์มีอะไรบ้าง

สาเหตุหลักของการเกิดแผลคีลอยด์ คือบาดแผลเมื่อมีแผลคีลอยด์เกิดขึ้นมักจะส่งผลทำให้มีอาการคีลอยด์ทั้งรู้สึกคันและเจ็บ ดังนั้นวิธีป้องกันการเกิดคีลอยด์จะช่วยลดเกิดการคีลอยด์และอาการต่าง ๆ โดยวิธีป้องกันการเกิดคีลอยด์ มีดังนี้
- ในระยะแรกเมื่อเกิดแผลให้ทำการรักษาทำความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการจับและลูบบริเวณที่เกิดแผล รวมถึงไม่แกะแผลตอนที่แผลตกสะเก็ดโดยเด็ดขาด
- ถ้าหากแผลเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ มีโอกาสสูงที่จะเกิดเป็นคีลอยด์ ควรใช้ยาทารักษาแผล เพื่อไม่ให้เพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ
- เมื่อแผลแห้งสนิทแล้ว สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างยาทารักษารอยแผลเป็นต่าง ๆ หรือซิลิโคนเจล ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับแผลและช่วยลดการเกิดแผลเป็น
คำถามที่พบบ่อยและข้อสงสัยเกี่ยวกับแผลคีลอยด์
คีลอยด์มักเป็นที่ตำแหน่งใด
คีลอยด์มักเกิดขึ้นได้ในหลายตำแหน่งของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวหนังมีความตึงรั้งสูง หรือเคยมีบาดแผลมาก่อน บริเวณที่พบบ่อย ได้แก่ ใบหู หัวไหล่ คอ หน้าอกและหลัง
แผลคีลอยด์อันตรายไหม
ตอบได้เลยว่า แผลคีลอยด์ไม่อันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิต แต่คีลอยด์คือแผลเป็นชนิดหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบในด้านความสวยงาม ความเรียบเนียนของผิวที่ทำให้บางคนขาดความมั่นใจในการเผยผิวได้
คีลอยด์ คือแผลเป็นที่รักษาให้ขนาดเล็กลงได้
คีลอยด์ คือการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อแผลเป็นที่ขยายขึ้นกว่าบริเวณบาดแผลเดิม ทำให้เกิดเป็นเนื้อนูนขึ้นมา มักเกิดจากพันธุกรรม ฮอร์โมน การติดเชื้อ หรือการอักเสบของแผล ดังนั้น เมื่อเป็นแผลเป็นคีลอยด์แล้วการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแผล และลดความรุนแรงของอาการได้ โดยเบื้องต้นหลังจากแผลหายแล้วให้เลือกใช้ยาทาแผลเป็น หรือซิลิโคนเจลทาเพื่อช่วยให้แผลมีความชุ่มชื้น ลดการอักเสบของแผล ปรับสภาพผิวบริเวณรอยแผลเป็นให้อ่อนนุ่ม และลดความนูนของแผลคีลอยด์ได้
หากใครที่กำลังมองหายาทาแผลเป็น หรือซิลิโคนเจลลดรอยแผลเป็นคีลอยด์ Rebac เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสม ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติผสานกับ Baycusan สารก่อฟิล์มเคลือบปกป้องแผลจากน้ำและฝุ่นละออง มาพร้อมกับส่วนผสมอย่าง Allium Cepa และ Centella Asiatica ที่มีฤทธิ์สมานแผลให้เรียบเนียนขึ้น และลดรอยแผลเป็นให้แลดูจางลงอย่างเห็นผลได้ชัด
หากสนใจสามารถสั่งซื้อซิลิโคนเจล Rebac ได้ที่
- ช่องทาง Shopee : Rebac – Biopharmshop
- ช่องทาง Lazada : Rebac – biopharmshop



